ห้องสมุดหน้าหลัก › ภาค 4 ระบบไฟฟ้าเมืองไทย: ใครทำอะไร › บทที่ 14

บทที่ 14 — ไฟฟ้าไทยมาจากไหน: สัดส่วนเชื้อเพลิงและแผน PDP

Thailand's Energy Mix

⚡ ทำไมบทนี้น่ารู้

เปิดไฟหนึ่งดวงตอนนี้ ไฟดวงนั้นน่าจะมาจากก๊าซธรรมชาติมากกว่าครึ่ง อีกส่วนอาจไหลมาจากเขื่อนในลาว จากถ่านหินลำปาง หรือจากแผงโซลาร์สักแห่ง "เมนูพลังงาน" ของประเทศไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และแผนที่ชื่อ PDP ซึ่งวางล่วงหน้าเป็นสิบปี บทนี้เปิดครัวให้ดูว่าจานหลักคืออะไร ทำไมพึ่งจานเดียวมากเกินไปแล้วเสี่ยง และแผนจัดเมนูใหม่กำลังจะหน้าตาเป็นยังไง

🎯 อ่านจบบทนี้ คุณจะเข้าใจ…
  • บอกสัดส่วนคร่าวๆ ของแหล่งไฟฟ้าไทยได้ว่าก๊าซเกินครึ่ง ที่เหลือคือถ่านหิน นำเข้า และพลังงานหมุนเวียน
  • อธิบายได้ว่าก๊าซที่ใช้ผลิตไฟไทยมาจากไหน และทำไม LNG นำเข้าทำให้ค่าไฟผันผวน
  • อธิบายบทบาทไฟนำเข้าจากเขื่อนลาว
  • เข้าใจว่า "กำลังผลิตติดตั้ง" กับ "การใช้จริง" ต่างกันอย่างไร และกำลังสำรองคืออะไร
  • บอกได้ว่าแผน PDP คืออะไร ใครเป็นคนทำ และทิศทางฉบับใหม่เป็นแบบไหน

14.1 เปิดเมนูพลังงานไทย

ถ้าเปรียบระบบไฟฟ้าไทยเป็นเมนูอาหารประจำบ้าน จานหลักที่กินทุกมื้อไม่เคยขาดก็คือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 55 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด ถัดมาคือถ่านหินและลิกไนต์ ประมาณ 13 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปรียบเหมือนเมนูเก่าราคาถูกที่กำลังค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง จากนั้นคือไฟฟ้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพลังน้ำจากลาว ประมาณ 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เหมือนสั่งอาหารจากร้านเพื่อนบ้านเจ้าประจำที่ไว้ใจได้ และสุดท้ายคือพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศเอง ทั้งโซลาร์ ลม ชีวมวล และน้ำขนาดเล็ก ประมาณ 10 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปรียบเหมือนเมนูสุขภาพที่ถูกสั่งเพิ่มขึ้นทุกปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพคร่าวๆ ณ ช่วงปีประมาณ 2567 ถึง 2568 เท่านั้น และเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีตามสถานการณ์จริง

เมนูไฟฟ้าไทย (ประมาณ 2567–68) ก๊าซธรรมชาติ ~58% ถ่านหิน/ลิกไนต์ ~14% นำเข้า (เขื่อนลาว) ~13% หมุนเวียนในประเทศ ~11% อื่นๆ ~4% ตัวเลขกลมๆ เปลี่ยนทุกปี — ดูของจริงที่รายงาน กกพ./สนพ.
สัดส่วนแหล่งผลิตไฟฟ้าไทย โดยประมาณช่วงปี 2567–68 — ก๊าซธรรมชาติยังเป็นจานหลักที่เกินครึ่งระบบ

สังเกตว่าเมนูทั้งหมดนี้คือโรงไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่เล่าไว้แล้วในภาค 2 ของหนังสือเล่มนี้ บทนี้เพียงแค่บอกว่าแต่ละเมนูถูกสั่งในสัดส่วนเท่าไรเท่านั้นเอง

14.2 ก๊าซธรรมชาติ: จานหลักที่เริ่มต้องนำเข้า

ก๊าซธรรมชาติที่ป้อนโรงไฟฟ้าไทยมาจากสามแหล่งหลัก แหล่งแรกคืออ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซในประเทศมายาวนาน เช่นแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช แต่ปริมาณก๊าซในแหล่งเหล่านี้กำลังค่อยๆ ร่อยหรอลงตามธรรมชาติของแหล่งพลังงานทุกแห่ง แหล่งที่สองคือก๊าซจากเมียนมา ซึ่งส่งผ่านท่อส่งตรงเข้าโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตกของไทย และแหล่งที่สามซึ่งมีสัดส่วนโตขึ้นเรื่อยๆ คือ LNG (Liquefied Natural Gas — ก๊าซธรรมชาติเหลว) ที่นำเข้าทางเรือจากต่างประเทศ

LNG คืออะไรลองนึกภาพง่ายๆ ก็คือการเอาก๊าซธรรมชาติไปแช่เย็นจนอุณหภูมิลดลงถึงประมาณลบ 160 องศาเซลเซียส จนก๊าซหดตัวกลายเป็นของเหลวที่มีปริมาตรเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 600 ของก๊าซในสภาพปกติ จากนั้นจึงบรรทุกใส่เรือขนาดยักษ์ที่มีถังทรงกลมข้ามทะเลมาถึงไทย แล้วค่อย "อุ่นคืน" ให้กลับเป็นก๊าซอีกครั้งที่ท่าเรือรับก๊าซอย่างมาบตาพุด กระบวนการอุ่นคืนนี้เรียกว่า regasification (การแปรสภาพก๊าซคืน)

แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทย เห็นเปลวไฟเผาก๊าซส่วนเกินและเรือขนส่งเทียบท่า
  1. Gulf of Thailand (Production Area) — พื้นที่กลางอ่าวไทยที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติหลักของประเทศมายาวนาน
  2. Production Platform และ Jacket Structure — แท่นผลิตและโครงขาเหล็กที่ยึดแท่นไว้กับพื้นทะเล
  3. Gas Processing Module และ Compression Unit — ส่วนแยกและอัดก๊าซให้ได้คุณภาพและความดันพร้อมส่งเข้าท่อ
  4. Flare Stack และ Flare Boom — ปล่องเผาก๊าซส่วนเกินทิ้งเพื่อความปลอดภัย เห็นเป็นเปลวไฟลุกอยู่บนแท่นเสมอ
  5. Helideck — ลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับขนส่งคนงานและเสบียง เพราะแท่นอยู่กลางทะเลไกลฝั่ง
  6. Supply Vessel และ Loading Area — เรือขนส่งเสบียงและจุดขนถ่ายสัมภาระขึ้นแท่น
  7. Gas Export Pipeline (To Onshore Plant) — ท่อส่งก๊าซที่ลำเลียงก๊าซจากแท่นเข้าสู่โรงแยกก๊าซบนฝั่งต่อไป
แท่นผลิตก๊าซกลางอ่าวไทย — แหล่งเชื้อเพลิงหลักของไฟฟ้าไทยที่กำลังค่อยๆ ร่อยหรอ
เรือขนส่ง LNG ถังทรงกลมเทียบท่าที่คลังรับก๊าซ เห็นถังเก็บ LNG ขนาดใหญ่และโรงงานแปรสภาพก๊าซคืน
  1. LNG carrier (with spherical tanks) — เรือขนส่ง LNG ที่มีถังทรงกลมเก็บก๊าซเหลวเย็นจัดข้ามทะเลมาจากต่างประเทศ
  2. LNG loading arms และ High-pressure transfer pipeline — แขนถ่ายและท่อแรงดันสูงที่ลำเลียง LNG จากเรือขึ้นฝั่ง
  3. Ship berthing dolphin และ Mooring lines — จุดยึดเรือและเชือกผูกเรือให้อยู่กับที่ขณะถ่ายสินค้า
  4. LNG storage tanks — ถังเก็บ LNG ขนาดยักษ์บนฝั่ง เก็บก๊าซเหลวไว้รอแปรสภาพกลับเป็นก๊าซ
  5. Regasification facility — โรงงานแปรสภาพก๊าซคืน (regasification) ที่อุ่น LNG ให้กลับเป็นก๊าซธรรมชาติอีกครั้ง
  6. Boil-off gas (BOG) compressor — เครื่องอัดก๊าซที่ระเหยออกมาระหว่างเก็บ LNG กลับเข้าสู่ระบบแทนที่จะปล่อยทิ้ง
  7. Pipeline to national gas grid — ท่อส่งก๊าซที่ต่อเข้าโครงข่ายก๊าซของประเทศ ส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ
เรือ LNG และคลังรับก๊าซ — ก๊าซเหลวเย็น -160°C ที่แล่นข้ามทะเลมาต้มไฟให้เมืองไทย

จุดเปราะบางของการพึ่งพา LNG คือราคาผันผวนไปตามตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สงคราม ความต้องการช่วงฤดูหนาวของยุโรป หรือปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยแกว่งตามไปด้วย นี่คือต้นตอสำคัญของค่า Ft ที่จะเจอรายละเอียดเต็มๆ ในบทที่ 15

🤔 ลองนึกดู

ถ้าบ้านหนึ่งกินข้าวเป็นอาหารหลักทุกมื้อ แล้ววันหนึ่งราคาข้าวพุ่งขึ้นสามเท่า ค่ากินข้าวของทั้งบ้านจะเป็นอย่างไร?

คำตอบ: ค่ากับข้าวรวมของบ้านนั้นจะพุ่งขึ้นตามไปด้วยทันที เพราะข้าวคือของที่กินทุกมื้อ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมนูพลังงานไทยเจอสถานการณ์แบบนี้จริงๆ ตอนราคา LNG พุ่งสูงมากในช่วงปี 2565 ค่าไฟทั้งประเทศพุ่งขึ้นตามราคาก๊าซทันที นี่คือความเสี่ยงของการพึ่งเชื้อเพลิงชนิดเดียวมากเกินไป และเป็นเหตุผลที่ต้องกระจายเมนูพลังงานให้หลากหลายขึ้น

14.3 ไฟฟ้าข้ามพรมแดน: เขื่อนลาว

ประเทศลาวประกาศตัวเองเป็น "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" มานานหลายปีแล้ว ด้วยการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมากบนแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง แล้วขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านผ่านสัญญาระยะยาว ไทยเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของลาว เขื่อนที่ขายไฟให้ไทยมีหลายแห่ง เช่นเขื่อนน้ำงึม เขื่อนเทิน-หินบุน เขื่อนไซยะบุรี และยังมีโรงไฟฟ้าหงสาที่ใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำ

เขื่อนพลังน้ำในภูเขาประเทศลาว เห็นสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดข้ามเนินเขาไปทางชายแดนไทย
  1. Reservoir (Nam Ngum 1) — อ่างเก็บน้ำของเขื่อนน้ำงึม 1 หนึ่งในเขื่อนแรกๆ ของลาวที่ขายไฟให้ไทย
  2. Dam และ Spillway (Gate-controlled) — ตัวเขื่อนและประตูระบายน้ำล้น หลักการเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 6
  3. Intake (Headworks), Powerhouse (Turbines) และ Tailrace (Discharge Channel) — จุดรับน้ำเข้า อาคารเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และช่องปล่อยน้ำออกหลังปั่นไฟแล้ว
  4. Nam Ngum River (Tributary of the Mekong) — แม่น้ำงึม ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่เขื่อนนี้กั้นอยู่
  5. Switchyard (Transformer Yard) — สถานีไฟฟ้าที่แปลงแรงดันไฟจากเขื่อนก่อนส่งเข้าสายส่ง
  6. High Voltage Transmission Lines (115 kV) และ Direction to Thailand (Border) — สายส่งแรงสูงที่พาดข้ามเนินเขาไปยังชายแดนไทย เส้นทางเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 9
  7. Access Road — ถนนเข้าถึงพื้นที่เขื่อนสำหรับบำรุงรักษา
เขื่อนในลาว — "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ที่ส่งไฟข้ามโขงเข้าสายส่งอีสาน

ข้อดีของการซื้อไฟจากลาวมีหลายอย่าง ไฟฟ้าพลังน้ำถือเป็นไฟฟ้าที่ค่อนข้างสะอาด ราคาแข่งขันได้ดี และไทยไม่ต้องหาพื้นที่สร้างเขื่อนใหม่เพิ่มในประเทศเอง แต่ก็มีประเด็นที่ควรคิดเช่นกัน คือการพึ่งพาไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านย่อมมีความเสี่ยงในตัวเองอยู่บ้าง และการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำที่หลายฝ่ายยังถกเถียงกันอยู่ ไฟฟ้าจากลาวเดินทางเข้าไทยผ่านสายส่งภาคอีสานเป็นหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่เล่าไว้ในบทที่ 9

💡 เกร็ดน่ารู้

โรงไฟฟ้าหงสาในลาวเป็นโรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่ขายไฟให้ไทยเกือบทั้งหมด ดังนั้นคำว่า "ไฟนำเข้า" จึงไม่ได้แปลว่าเป็นพลังน้ำเสมอไป บางส่วนก็มาจากถ่านหินเช่นกัน เพียงแต่ไปเผาไหม้อยู่นอกประเทศไทยเท่านั้นเอง

14.4 กำลังผลิตติดตั้ง ≠ ไฟที่ใช้จริง

มีตัวเลขสองตัวที่ข่าวพลังงานมักหยิบมาพูดปนกันจนคนสับสน ตัวแรกคือกำลังผลิตติดตั้ง (installed capacity) หมายถึงกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าทุกโรงรวมกัน หากเดินเครื่องเต็มที่พร้อมกันทุกโรงในเวลาเดียวกัน ตัวเลขนี้ของไทยอยู่ที่ประมาณมากกว่า 50 กิกะวัตต์ (GW) ส่วนตัวเลขที่สองคือความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจริง หรือที่เรียกว่าพีค (peak) ซึ่งทวนความจากบทที่ 3 อยู่ที่ประมาณ 34 ถึง 36 กิกะวัตต์เท่านั้น

ส่วนต่างระหว่างสองตัวเลขนี้เรียกว่ากำลังสำรอง (reserve margin) ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่แล้วในระบบไฟฟ้าทุกประเทศ เพราะบางโรงต้องหยุดซ่อมบำรุงเป็นระยะ บางเขื่อนอาจมีน้ำน้อยในบางฤดู หรือโซลาร์เซลล์ก็ผลิตไฟไม่ได้เลยในเวลากลางคืนตามที่เล่าไว้ในบทที่ 7 ระบบจึงต้องมีกำลังสำรองไว้รองรับสถานการณ์เหล่านี้เสมอ แต่ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ กำลังสำรองของไทยในช่วงหลังสูงกว่ามาตรฐานสากลที่มักอยู่ราวประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ไปพอสมควร

กำลังผลิตติดตั้งรวม ~50+ GW 50 GW 25 GW 0 พีคใช้จริง ~35 GW (เม.ย.–พ.ค.) กำลังสำรอง จำเป็นต้องมี — แต่เท่าไหร่ ถึงพอดีคือดีเบต ก๊าซ ถ่านหิน นำเข้า หมุนเวียน อื่นๆ
กำลังผลิตติดตั้งรวมของไทยเทียบกับพีคใช้จริง — พื้นที่กรอบเส้นประด้านบนคือกำลังสำรองที่จำเป็นต้องมี แต่ปริมาณที่พอดีคือประเด็นถกเถียง

อธิบายอย่างเป็นธรรม ส่วนหนึ่งที่กำลังสำรองสูงเกินไปนั้นเป็นเพราะการพยากรณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในแผนเก่าประเมินไว้สูงเกินความเป็นจริง บวกกับสถานการณ์โควิดที่ทุบความต้องการใช้ไฟฟ้าให้ลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แผนระยะยาวแบบนี้ย่อมมีโอกาสพลาดเป้าได้เป็นธรรมดา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมแผนพลังงานของประเทศจึงต้องถูกทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะๆ อยู่เสมอ ประเด็นสำรองล้นเกินนี้ก็ปิดวงกลับไปเชื่อมกับเรื่องค่าความพร้อมจ่ายที่เล่าไว้ในบทที่ 13 พอดี เพราะยิ่งสำรองเยอะเกินจำเป็น ภาระค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องแบกก็ยิ่งมากตามไปด้วย

14.5 PDP: แผนแม่บทของเมนูพลังงาน

เบื้องหลังเมนูพลังงานที่เล่ามาทั้งหมดนี้ มีแผนแม่บทฉบับหนึ่งที่ชื่อว่า PDP (Power Development Plan — แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า) เป็นแผนระยะยาวประมาณ 15 ถึง 20 ปี ที่กำหนดว่าประเทศจะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ชนิดไหน จะปลดโรงเก่าโรงไหนออกจากระบบ และจะซื้อไฟฟ้าจากแหล่งใดเพิ่มเติม ในช่วงเวลาไหนบ้าง แผนนี้ร่างขึ้นโดยสนพ. แล้วเสนอให้กพช. เป็นผู้เคาะอนุมัติ ซึ่งทวนโครงสร้างเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 12

ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ PDP2018 ฉบับปรับปรุง ขณะเดียวกันก็มีการร่างแผนฉบับใหม่ขึ้นมาควบคู่กัน ซึ่งมีทิศทางหลักที่ชัดเจนคือ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้าระบบ พร้อมกับลดบทบาทของถ่านหินลงเรื่อยๆ และเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กหรือ SMR ตามที่เล่าไว้ในบทที่ 8 ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ carbon neutrality ภายในปี 2050 ซึ่งจะเล่าละเอียดอีกครั้งในบทที่ 16

เหตุผลที่คนธรรมดาทั่วไปควรใส่ใจกับแผน PDP ก็เพราะแผนที่วางไว้วันนี้จะกำหนดหน้าตาของค่าไฟฟ้าและคุณภาพอากาศของประเทศไปอีกยาวนานถึง 20 ปีข้างหน้า และที่สำคัญคือกระบวนการจัดทำแผนนี้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปมีเสียงได้จริง คล้ายกับเวทีรับฟังความเห็นของกกพ. ที่เล่าไว้ในบทที่ 12

ทีมช่างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แถวใหม่ที่โซลาร์ฟาร์มกำลังขยายตัว เห็นแถวที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้านหลัง
  1. Completed solar array — แถวแผงโซลาร์ที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้านหลัง แสดงให้เห็นการขยายตัวของฟาร์มโซลาร์อย่างต่อเนื่อง
  2. Solar panel (photovoltaic module) และ Mounting structure (steel racking) — แผงโซลาร์เซลล์และโครงเหล็กยึดแผง หลักการเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 7
  3. Workers (PPE and safety gear) — ทีมช่างในชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยกำลังยกแผงเข้าประกอบ
  4. Panel clamp (fastening hardware) และ Electrical conduit (cable protection) — อุปกรณ์ยึดแผงและท่อป้องกันสายไฟใต้แผง
  5. Inverter / Combiner box (electrical equipment) — กล่องรวมสายและอินเวอร์เตอร์ที่แปลงไฟจากแผงให้พร้อมใช้งาน
  6. Tools (drill and hand tools) และ Gravel access road (maintenance path) — เครื่องมือติดตั้งและถนนกรวดสำหรับเข้าถึงพื้นที่บำรุงรักษา
พลังงานหมุนเวียนที่โตเร็วที่สุดในเมนู — ทิศทางหลักของแผน PDP ฉบับใหม่
💡 เกร็ดน่ารู้

PDP ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเพียงแผนเดียว แต่มีแผนพี่น้องอีกหลายฉบับที่ต้องสอดคล้องกันทั้งชุด เช่นแผนก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) แผนพลังงานทดแทน (AEDP) และแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ทุกแผนต้องเดินไปด้วยกันเพื่อให้ภาพรวมพลังงานของประเทศสอดคล้องกัน

สรุปท้ายบท

  • เมนูไฟฟ้าไทย (ประมาณ 2567–68): ก๊าซธรรมชาติ ~55–60%, ถ่านหิน/ลิกไนต์ ~13–15%, นำเข้า (ส่วนใหญ่เขื่อนลาว) ~12–15%, พลังงานหมุนเวียนในประเทศ ~10–12%
  • ก๊าซมาจากอ่าวไทย เมียนมา และ LNG นำเข้า — LNG ผูกราคากับตลาดโลก จึงเป็นต้นตอหลักที่ทำให้ค่าไฟผันผวน
  • ลาวเป็น "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ขายไฟทั้งพลังน้ำและถ่านหิน (โรงหงสา) ให้ไทยผ่านสัญญาระยะยาว
  • กำลังผลิตติดตั้ง (~50+ GW) มากกว่าพีคใช้จริง (~35 GW) มาก ส่วนต่างคือกำลังสำรองที่จำเป็นแต่ปัจจุบันสูงเกินมาตรฐานสากล
  • PDP คือแผนแม่บทกำลังผลิตไฟฟ้า 15–20 ปี ร่างโดยสนพ. เคาะโดยกพช. ทิศทางใหม่เน้นพลังงานหมุนเวียนและ carbon neutrality

คำศัพท์ในบทนี้

คำศัพท์ความหมายแบบเข้าใจง่าย
สัดส่วนเชื้อเพลิง (energy/fuel mix)สัดส่วนของแหล่งพลังงานต่างๆ ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าของประเทศ
LNG (Liquefied Natural Gas)ก๊าซธรรมชาติเหลว ที่แช่เย็นจนหดตัวเพื่อขนส่งทางเรือข้ามประเทศ
การแปรสภาพก๊าซคืน (regasification)กระบวนการอุ่น LNG ให้กลับเป็นก๊าซธรรมชาติอีกครั้งที่คลังรับก๊าซ
ไฟฟ้านำเข้าไฟฟ้าที่ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่คือพลังน้ำจากลาว
กำลังผลิตติดตั้ง (installed capacity)กำลังผลิตรวมของโรงไฟฟ้าทุกโรงหากเดินเครื่องเต็มที่พร้อมกัน
กำลังสำรอง (reserve margin)ส่วนต่างระหว่างกำลังผลิตติดตั้งกับความต้องการใช้ไฟสูงสุดจริง
PDP (Power Development Plan)แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ระยะยาว 15–20 ปี
กิกะวัตต์ (GW)หน่วยวัดกำลังไฟฟ้าขนาดใหญ่ เท่ากับพันล้านวัตต์ ใช้วัดกำลังผลิตระดับประเทศ
carbon neutralityความเป็นกลางทางคาร์บอน เป้าหมายที่ปล่อยและดูดซับก๊าซเรือนกระจกเท่ากัน

ทบทวนความเข้าใจ

เชื้อเพลิงหลักของไฟฟ้าไทยคืออะไร สัดส่วนราวเท่าไร?
ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 55 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่ผลิตได้
ก๊าซที่ใช้ผลิตไฟไทยมาจากสามแหล่งไหน แหล่งไหนทำให้ค่าไฟผันผวน?
อ่าวไทย เมียนมา และ LNG นำเข้า — LNG ผูกราคากับตลาดโลกจึงพาค่าไฟแกว่งตาม
"แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" หมายถึงอะไร?
ประเทศลาว ผู้ส่งออกไฟฟ้าจากเขื่อนพลังน้ำ (และโรงไฟฟ้าหงสา) ให้ไทยผ่านสัญญาระยะยาว
กำลังผลิตติดตั้งประมาณ 50 GW แต่พีคใช้จริงประมาณ 35 GW ส่วนต่างเรียกว่าอะไร มีไว้ทำไม?
กำลังสำรอง (reserve margin) — เผื่อโรงซ่อมบำรุง เชื้อเพลิงสะดุด หรือพลังงานหมุนเวียนหายไปชั่วคราว แต่มากเกินไปก็กลายเป็นภาระค่าความพร้อมจ่าย
PDP คือแผนอะไร ใครร่าง ใครเคาะ?
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ระยะยาว 15–20 ปี — สนพ. เป็นผู้ร่าง กพช. เป็นผู้เคาะอนุมัติ
ทิศทางใหญ่ของร่างแผน PDP ฉบับใหม่คืออะไร?
เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง ลดบทบาทถ่านหิน ศึกษานิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย carbon neutrality
📚 ห้องสมุด