บทที่ 14 — ไฟฟ้าไทยมาจากไหน: สัดส่วนเชื้อเพลิงและแผน PDP
Thailand's Energy Mix
เปิดไฟหนึ่งดวงตอนนี้ ไฟดวงนั้นน่าจะมาจากก๊าซธรรมชาติมากกว่าครึ่ง อีกส่วนอาจไหลมาจากเขื่อนในลาว จากถ่านหินลำปาง หรือจากแผงโซลาร์สักแห่ง "เมนูพลังงาน" ของประเทศไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และแผนที่ชื่อ PDP ซึ่งวางล่วงหน้าเป็นสิบปี บทนี้เปิดครัวให้ดูว่าจานหลักคืออะไร ทำไมพึ่งจานเดียวมากเกินไปแล้วเสี่ยง และแผนจัดเมนูใหม่กำลังจะหน้าตาเป็นยังไง
- บอกสัดส่วนคร่าวๆ ของแหล่งไฟฟ้าไทยได้ว่าก๊าซเกินครึ่ง ที่เหลือคือถ่านหิน นำเข้า และพลังงานหมุนเวียน
- อธิบายได้ว่าก๊าซที่ใช้ผลิตไฟไทยมาจากไหน และทำไม LNG นำเข้าทำให้ค่าไฟผันผวน
- อธิบายบทบาทไฟนำเข้าจากเขื่อนลาว
- เข้าใจว่า "กำลังผลิตติดตั้ง" กับ "การใช้จริง" ต่างกันอย่างไร และกำลังสำรองคืออะไร
- บอกได้ว่าแผน PDP คืออะไร ใครเป็นคนทำ และทิศทางฉบับใหม่เป็นแบบไหน
14.1 เปิดเมนูพลังงานไทย
ถ้าเปรียบระบบไฟฟ้าไทยเป็นเมนูอาหารประจำบ้าน จานหลักที่กินทุกมื้อไม่เคยขาดก็คือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 55 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด ถัดมาคือถ่านหินและลิกไนต์ ประมาณ 13 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปรียบเหมือนเมนูเก่าราคาถูกที่กำลังค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง จากนั้นคือไฟฟ้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพลังน้ำจากลาว ประมาณ 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เหมือนสั่งอาหารจากร้านเพื่อนบ้านเจ้าประจำที่ไว้ใจได้ และสุดท้ายคือพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศเอง ทั้งโซลาร์ ลม ชีวมวล และน้ำขนาดเล็ก ประมาณ 10 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปรียบเหมือนเมนูสุขภาพที่ถูกสั่งเพิ่มขึ้นทุกปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพคร่าวๆ ณ ช่วงปีประมาณ 2567 ถึง 2568 เท่านั้น และเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีตามสถานการณ์จริง
สังเกตว่าเมนูทั้งหมดนี้คือโรงไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่เล่าไว้แล้วในภาค 2 ของหนังสือเล่มนี้ บทนี้เพียงแค่บอกว่าแต่ละเมนูถูกสั่งในสัดส่วนเท่าไรเท่านั้นเอง
14.2 ก๊าซธรรมชาติ: จานหลักที่เริ่มต้องนำเข้า
ก๊าซธรรมชาติที่ป้อนโรงไฟฟ้าไทยมาจากสามแหล่งหลัก แหล่งแรกคืออ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซในประเทศมายาวนาน เช่นแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช แต่ปริมาณก๊าซในแหล่งเหล่านี้กำลังค่อยๆ ร่อยหรอลงตามธรรมชาติของแหล่งพลังงานทุกแห่ง แหล่งที่สองคือก๊าซจากเมียนมา ซึ่งส่งผ่านท่อส่งตรงเข้าโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตกของไทย และแหล่งที่สามซึ่งมีสัดส่วนโตขึ้นเรื่อยๆ คือ LNG (Liquefied Natural Gas — ก๊าซธรรมชาติเหลว) ที่นำเข้าทางเรือจากต่างประเทศ
LNG คืออะไรลองนึกภาพง่ายๆ ก็คือการเอาก๊าซธรรมชาติไปแช่เย็นจนอุณหภูมิลดลงถึงประมาณลบ 160 องศาเซลเซียส จนก๊าซหดตัวกลายเป็นของเหลวที่มีปริมาตรเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 600 ของก๊าซในสภาพปกติ จากนั้นจึงบรรทุกใส่เรือขนาดยักษ์ที่มีถังทรงกลมข้ามทะเลมาถึงไทย แล้วค่อย "อุ่นคืน" ให้กลับเป็นก๊าซอีกครั้งที่ท่าเรือรับก๊าซอย่างมาบตาพุด กระบวนการอุ่นคืนนี้เรียกว่า regasification (การแปรสภาพก๊าซคืน)
- Gulf of Thailand (Production Area) — พื้นที่กลางอ่าวไทยที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติหลักของประเทศมายาวนาน
- Production Platform และ Jacket Structure — แท่นผลิตและโครงขาเหล็กที่ยึดแท่นไว้กับพื้นทะเล
- Gas Processing Module และ Compression Unit — ส่วนแยกและอัดก๊าซให้ได้คุณภาพและความดันพร้อมส่งเข้าท่อ
- Flare Stack และ Flare Boom — ปล่องเผาก๊าซส่วนเกินทิ้งเพื่อความปลอดภัย เห็นเป็นเปลวไฟลุกอยู่บนแท่นเสมอ
- Helideck — ลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับขนส่งคนงานและเสบียง เพราะแท่นอยู่กลางทะเลไกลฝั่ง
- Supply Vessel และ Loading Area — เรือขนส่งเสบียงและจุดขนถ่ายสัมภาระขึ้นแท่น
- Gas Export Pipeline (To Onshore Plant) — ท่อส่งก๊าซที่ลำเลียงก๊าซจากแท่นเข้าสู่โรงแยกก๊าซบนฝั่งต่อไป
- LNG carrier (with spherical tanks) — เรือขนส่ง LNG ที่มีถังทรงกลมเก็บก๊าซเหลวเย็นจัดข้ามทะเลมาจากต่างประเทศ
- LNG loading arms และ High-pressure transfer pipeline — แขนถ่ายและท่อแรงดันสูงที่ลำเลียง LNG จากเรือขึ้นฝั่ง
- Ship berthing dolphin และ Mooring lines — จุดยึดเรือและเชือกผูกเรือให้อยู่กับที่ขณะถ่ายสินค้า
- LNG storage tanks — ถังเก็บ LNG ขนาดยักษ์บนฝั่ง เก็บก๊าซเหลวไว้รอแปรสภาพกลับเป็นก๊าซ
- Regasification facility — โรงงานแปรสภาพก๊าซคืน (regasification) ที่อุ่น LNG ให้กลับเป็นก๊าซธรรมชาติอีกครั้ง
- Boil-off gas (BOG) compressor — เครื่องอัดก๊าซที่ระเหยออกมาระหว่างเก็บ LNG กลับเข้าสู่ระบบแทนที่จะปล่อยทิ้ง
- Pipeline to national gas grid — ท่อส่งก๊าซที่ต่อเข้าโครงข่ายก๊าซของประเทศ ส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ
จุดเปราะบางของการพึ่งพา LNG คือราคาผันผวนไปตามตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สงคราม ความต้องการช่วงฤดูหนาวของยุโรป หรือปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยแกว่งตามไปด้วย นี่คือต้นตอสำคัญของค่า Ft ที่จะเจอรายละเอียดเต็มๆ ในบทที่ 15
ถ้าบ้านหนึ่งกินข้าวเป็นอาหารหลักทุกมื้อ แล้ววันหนึ่งราคาข้าวพุ่งขึ้นสามเท่า ค่ากินข้าวของทั้งบ้านจะเป็นอย่างไร?
คำตอบ: ค่ากับข้าวรวมของบ้านนั้นจะพุ่งขึ้นตามไปด้วยทันที เพราะข้าวคือของที่กินทุกมื้อ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมนูพลังงานไทยเจอสถานการณ์แบบนี้จริงๆ ตอนราคา LNG พุ่งสูงมากในช่วงปี 2565 ค่าไฟทั้งประเทศพุ่งขึ้นตามราคาก๊าซทันที นี่คือความเสี่ยงของการพึ่งเชื้อเพลิงชนิดเดียวมากเกินไป และเป็นเหตุผลที่ต้องกระจายเมนูพลังงานให้หลากหลายขึ้น
14.3 ไฟฟ้าข้ามพรมแดน: เขื่อนลาว
ประเทศลาวประกาศตัวเองเป็น "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" มานานหลายปีแล้ว ด้วยการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมากบนแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง แล้วขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านผ่านสัญญาระยะยาว ไทยเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของลาว เขื่อนที่ขายไฟให้ไทยมีหลายแห่ง เช่นเขื่อนน้ำงึม เขื่อนเทิน-หินบุน เขื่อนไซยะบุรี และยังมีโรงไฟฟ้าหงสาที่ใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำ
- Reservoir (Nam Ngum 1) — อ่างเก็บน้ำของเขื่อนน้ำงึม 1 หนึ่งในเขื่อนแรกๆ ของลาวที่ขายไฟให้ไทย
- Dam และ Spillway (Gate-controlled) — ตัวเขื่อนและประตูระบายน้ำล้น หลักการเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 6
- Intake (Headworks), Powerhouse (Turbines) และ Tailrace (Discharge Channel) — จุดรับน้ำเข้า อาคารเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และช่องปล่อยน้ำออกหลังปั่นไฟแล้ว
- Nam Ngum River (Tributary of the Mekong) — แม่น้ำงึม ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่เขื่อนนี้กั้นอยู่
- Switchyard (Transformer Yard) — สถานีไฟฟ้าที่แปลงแรงดันไฟจากเขื่อนก่อนส่งเข้าสายส่ง
- High Voltage Transmission Lines (115 kV) และ Direction to Thailand (Border) — สายส่งแรงสูงที่พาดข้ามเนินเขาไปยังชายแดนไทย เส้นทางเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 9
- Access Road — ถนนเข้าถึงพื้นที่เขื่อนสำหรับบำรุงรักษา
ข้อดีของการซื้อไฟจากลาวมีหลายอย่าง ไฟฟ้าพลังน้ำถือเป็นไฟฟ้าที่ค่อนข้างสะอาด ราคาแข่งขันได้ดี และไทยไม่ต้องหาพื้นที่สร้างเขื่อนใหม่เพิ่มในประเทศเอง แต่ก็มีประเด็นที่ควรคิดเช่นกัน คือการพึ่งพาไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านย่อมมีความเสี่ยงในตัวเองอยู่บ้าง และการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำที่หลายฝ่ายยังถกเถียงกันอยู่ ไฟฟ้าจากลาวเดินทางเข้าไทยผ่านสายส่งภาคอีสานเป็นหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่เล่าไว้ในบทที่ 9
โรงไฟฟ้าหงสาในลาวเป็นโรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่ขายไฟให้ไทยเกือบทั้งหมด ดังนั้นคำว่า "ไฟนำเข้า" จึงไม่ได้แปลว่าเป็นพลังน้ำเสมอไป บางส่วนก็มาจากถ่านหินเช่นกัน เพียงแต่ไปเผาไหม้อยู่นอกประเทศไทยเท่านั้นเอง
14.4 กำลังผลิตติดตั้ง ≠ ไฟที่ใช้จริง
มีตัวเลขสองตัวที่ข่าวพลังงานมักหยิบมาพูดปนกันจนคนสับสน ตัวแรกคือกำลังผลิตติดตั้ง (installed capacity) หมายถึงกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าทุกโรงรวมกัน หากเดินเครื่องเต็มที่พร้อมกันทุกโรงในเวลาเดียวกัน ตัวเลขนี้ของไทยอยู่ที่ประมาณมากกว่า 50 กิกะวัตต์ (GW) ส่วนตัวเลขที่สองคือความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจริง หรือที่เรียกว่าพีค (peak) ซึ่งทวนความจากบทที่ 3 อยู่ที่ประมาณ 34 ถึง 36 กิกะวัตต์เท่านั้น
ส่วนต่างระหว่างสองตัวเลขนี้เรียกว่ากำลังสำรอง (reserve margin) ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่แล้วในระบบไฟฟ้าทุกประเทศ เพราะบางโรงต้องหยุดซ่อมบำรุงเป็นระยะ บางเขื่อนอาจมีน้ำน้อยในบางฤดู หรือโซลาร์เซลล์ก็ผลิตไฟไม่ได้เลยในเวลากลางคืนตามที่เล่าไว้ในบทที่ 7 ระบบจึงต้องมีกำลังสำรองไว้รองรับสถานการณ์เหล่านี้เสมอ แต่ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ กำลังสำรองของไทยในช่วงหลังสูงกว่ามาตรฐานสากลที่มักอยู่ราวประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ไปพอสมควร
อธิบายอย่างเป็นธรรม ส่วนหนึ่งที่กำลังสำรองสูงเกินไปนั้นเป็นเพราะการพยากรณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในแผนเก่าประเมินไว้สูงเกินความเป็นจริง บวกกับสถานการณ์โควิดที่ทุบความต้องการใช้ไฟฟ้าให้ลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แผนระยะยาวแบบนี้ย่อมมีโอกาสพลาดเป้าได้เป็นธรรมดา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมแผนพลังงานของประเทศจึงต้องถูกทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะๆ อยู่เสมอ ประเด็นสำรองล้นเกินนี้ก็ปิดวงกลับไปเชื่อมกับเรื่องค่าความพร้อมจ่ายที่เล่าไว้ในบทที่ 13 พอดี เพราะยิ่งสำรองเยอะเกินจำเป็น ภาระค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องแบกก็ยิ่งมากตามไปด้วย
14.5 PDP: แผนแม่บทของเมนูพลังงาน
เบื้องหลังเมนูพลังงานที่เล่ามาทั้งหมดนี้ มีแผนแม่บทฉบับหนึ่งที่ชื่อว่า PDP (Power Development Plan — แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า) เป็นแผนระยะยาวประมาณ 15 ถึง 20 ปี ที่กำหนดว่าประเทศจะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ชนิดไหน จะปลดโรงเก่าโรงไหนออกจากระบบ และจะซื้อไฟฟ้าจากแหล่งใดเพิ่มเติม ในช่วงเวลาไหนบ้าง แผนนี้ร่างขึ้นโดยสนพ. แล้วเสนอให้กพช. เป็นผู้เคาะอนุมัติ ซึ่งทวนโครงสร้างเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 12
ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ PDP2018 ฉบับปรับปรุง ขณะเดียวกันก็มีการร่างแผนฉบับใหม่ขึ้นมาควบคู่กัน ซึ่งมีทิศทางหลักที่ชัดเจนคือ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้าระบบ พร้อมกับลดบทบาทของถ่านหินลงเรื่อยๆ และเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กหรือ SMR ตามที่เล่าไว้ในบทที่ 8 ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ carbon neutrality ภายในปี 2050 ซึ่งจะเล่าละเอียดอีกครั้งในบทที่ 16
เหตุผลที่คนธรรมดาทั่วไปควรใส่ใจกับแผน PDP ก็เพราะแผนที่วางไว้วันนี้จะกำหนดหน้าตาของค่าไฟฟ้าและคุณภาพอากาศของประเทศไปอีกยาวนานถึง 20 ปีข้างหน้า และที่สำคัญคือกระบวนการจัดทำแผนนี้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปมีเสียงได้จริง คล้ายกับเวทีรับฟังความเห็นของกกพ. ที่เล่าไว้ในบทที่ 12
- Completed solar array — แถวแผงโซลาร์ที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้านหลัง แสดงให้เห็นการขยายตัวของฟาร์มโซลาร์อย่างต่อเนื่อง
- Solar panel (photovoltaic module) และ Mounting structure (steel racking) — แผงโซลาร์เซลล์และโครงเหล็กยึดแผง หลักการเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 7
- Workers (PPE and safety gear) — ทีมช่างในชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยกำลังยกแผงเข้าประกอบ
- Panel clamp (fastening hardware) และ Electrical conduit (cable protection) — อุปกรณ์ยึดแผงและท่อป้องกันสายไฟใต้แผง
- Inverter / Combiner box (electrical equipment) — กล่องรวมสายและอินเวอร์เตอร์ที่แปลงไฟจากแผงให้พร้อมใช้งาน
- Tools (drill and hand tools) และ Gravel access road (maintenance path) — เครื่องมือติดตั้งและถนนกรวดสำหรับเข้าถึงพื้นที่บำรุงรักษา
PDP ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเพียงแผนเดียว แต่มีแผนพี่น้องอีกหลายฉบับที่ต้องสอดคล้องกันทั้งชุด เช่นแผนก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) แผนพลังงานทดแทน (AEDP) และแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ทุกแผนต้องเดินไปด้วยกันเพื่อให้ภาพรวมพลังงานของประเทศสอดคล้องกัน
สรุปท้ายบท
- เมนูไฟฟ้าไทย (ประมาณ 2567–68): ก๊าซธรรมชาติ ~55–60%, ถ่านหิน/ลิกไนต์ ~13–15%, นำเข้า (ส่วนใหญ่เขื่อนลาว) ~12–15%, พลังงานหมุนเวียนในประเทศ ~10–12%
- ก๊าซมาจากอ่าวไทย เมียนมา และ LNG นำเข้า — LNG ผูกราคากับตลาดโลก จึงเป็นต้นตอหลักที่ทำให้ค่าไฟผันผวน
- ลาวเป็น "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ขายไฟทั้งพลังน้ำและถ่านหิน (โรงหงสา) ให้ไทยผ่านสัญญาระยะยาว
- กำลังผลิตติดตั้ง (~50+ GW) มากกว่าพีคใช้จริง (~35 GW) มาก ส่วนต่างคือกำลังสำรองที่จำเป็นแต่ปัจจุบันสูงเกินมาตรฐานสากล
- PDP คือแผนแม่บทกำลังผลิตไฟฟ้า 15–20 ปี ร่างโดยสนพ. เคาะโดยกพช. ทิศทางใหม่เน้นพลังงานหมุนเวียนและ carbon neutrality
คำศัพท์ในบทนี้
| คำศัพท์ | ความหมายแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|
| สัดส่วนเชื้อเพลิง (energy/fuel mix) | สัดส่วนของแหล่งพลังงานต่างๆ ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าของประเทศ |
| LNG (Liquefied Natural Gas) | ก๊าซธรรมชาติเหลว ที่แช่เย็นจนหดตัวเพื่อขนส่งทางเรือข้ามประเทศ |
| การแปรสภาพก๊าซคืน (regasification) | กระบวนการอุ่น LNG ให้กลับเป็นก๊าซธรรมชาติอีกครั้งที่คลังรับก๊าซ |
| ไฟฟ้านำเข้า | ไฟฟ้าที่ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่คือพลังน้ำจากลาว |
| กำลังผลิตติดตั้ง (installed capacity) | กำลังผลิตรวมของโรงไฟฟ้าทุกโรงหากเดินเครื่องเต็มที่พร้อมกัน |
| กำลังสำรอง (reserve margin) | ส่วนต่างระหว่างกำลังผลิตติดตั้งกับความต้องการใช้ไฟสูงสุดจริง |
| PDP (Power Development Plan) | แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ระยะยาว 15–20 ปี |
| กิกะวัตต์ (GW) | หน่วยวัดกำลังไฟฟ้าขนาดใหญ่ เท่ากับพันล้านวัตต์ ใช้วัดกำลังผลิตระดับประเทศ |
| carbon neutrality | ความเป็นกลางทางคาร์บอน เป้าหมายที่ปล่อยและดูดซับก๊าซเรือนกระจกเท่ากัน |