ห้องสมุดหน้าหลัก › ภาค 4 ระบบไฟฟ้าเมืองไทย: ใครทำอะไร › บทที่ 13

บทที่ 13 — เอกชนผลิตไฟฟ้า: IPP, SPP, VSPP คือใคร

Private Power Producers

⚡ ทำไมบทนี้น่ารู้

ไฟฟ้าที่คุณใช้อยู่ตอนนี้มีโอกาสสูงว่าไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย — EGAT) โดยตรงเลย ทุกวันนี้ไฟฟ้าไทยมากกว่าครึ่งผลิตโดยบริษัทเอกชนที่ชื่ออาจคุ้นหูจากหน้าข่าวหุ้น เช่น Gulf, GPSC, EGCO, RATCH หรือ B.Grimm ระบบที่เปิดให้เอกชนผลิตไฟแล้วขายผ่านผู้รับซื้อรายใหญ่รายเดียวแบบนี้มีชื่อเรียก มีกติกา และมีดราม่าของมันเอง คำว่า "ค่าความพร้อมจ่าย" ที่โผล่ในข่าวค่าไฟแพงบ่อยๆ ก็เกิดขึ้นตรงนี้เอง เข้าใจบทนี้แล้ว อ่านข่าวพลังงานจะรู้เรื่องขึ้นทั้งหน้า

🎯 อ่านจบบทนี้ คุณจะเข้าใจ…
  • อธิบายได้ว่าทำไมไทยเปิดให้เอกชนผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ยุค 2530s
  • อธิบายโครงสร้าง Enhanced Single Buyer ที่มี กฟผ. เป็นผู้รับซื้อหลักผ่านสัญญา PPA ระยะยาว
  • แยก IPP, SPP, VSPP ตามขนาดและผู้รับซื้อไฟได้
  • อธิบายแนวคิด "ค่าความพร้อมจ่าย" แบบเข้าใจทั้งเหตุผลและข้อวิจารณ์

13.1 ทำไมรัฐไม่ผลิตเองทั้งหมด

ย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 2520 ถึงต้นทศวรรษ 2530 เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตอย่างร้อนแรง โรงงานผุดขึ้นทั่วประเทศ ห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียมก่อสร้างกันไม่หยุด ความต้องการใช้ไฟฟ้าในยุคนั้นโตปีละเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งโรงต้องใช้เงินลงทุนระดับหลายหมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างหลายปี ถ้ารัฐบาลต้องแบกภาระลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทุกโรงด้วยตัวเองคนเดียว งบประมาณและความสามารถในการกู้ยืมของประเทศคงตึงมือจนแทบไม่เหลือไปทำเรื่องอื่น

ทางออกที่หลายประเทศทั่วโลกเลือกใช้ และไทยก็เลือกใช้เช่นกันคือ เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเอง โดยรัฐทำหน้าที่เป็นผู้การันตีว่าจะรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ในราคาและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า วิธีนี้ทำให้เอกชนได้ทำธุรกิจที่มั่นคงเพราะมีผู้ซื้อแน่นอน รัฐไม่ต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าเอง และประชาชนก็ได้ไฟฟ้าเพียงพอใช้ทันความต้องการที่โตเร็ว เป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ประเทศไทยเริ่มมีมติเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนอย่างเป็นทางการช่วงประมาณปี 2535 และมีการเซ็นสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่กลุ่มแรกในปีประมาณ 2537 นับจากวันนั้นสัดส่วนไฟฟ้าที่มาจากเอกชนก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้เกินครึ่งหนึ่งของระบบไฟฟ้าทั้งประเทศไปแล้ว

13.2 Enhanced Single Buyer: ตลาดที่มีผู้รับซื้อหลักรายเดียว

โครงสร้างตลาดไฟฟ้าของไทยมีลักษณะเฉพาะตัวที่เรียกว่า Enhanced Single Buyer หรือ ESB (ระบบผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียวแบบขยาย) หมายความว่าเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าได้จะขายไฟฟ้าเกือบทั้งหมดให้กับ กฟผ. ในฐานะผู้รับซื้อหลักเพียงรายเดียวก่อน จากนั้น กฟผ. จึงขายส่งต่อให้ กฟน. และ กฟภ. เพื่อกระจายไปถึงบ้านเรือนและโรงงานอีกทอดหนึ่ง ซึ่งก็คือเส้นทางเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 12 นั่นเอง เพียงแต่คราวนี้เราจะซูมเข้าไปดูฝั่งต้นทางว่าไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่ กฟผ. นั้นมาจากใครบ้าง

เครื่องมือหลักที่ทำให้ระบบนี้เดินได้คือสัญญาที่เรียกว่า PPA (Power Purchase Agreement — สัญญาซื้อขายไฟฟ้า) ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาวประมาณ 20 ถึง 25 ปี ที่ล็อกราคาไฟฟ้า เงื่อนไขการส่งมอบ และปริมาณที่จะซื้อขายกันไว้ล่วงหน้า ก่อนที่โรงไฟฟ้าจริงจะถูกสร้างขึ้นด้วยซ้ำ เหตุผลที่ต้องล็อกไว้นานขนาดนี้ก็เพราะธนาคารที่จะปล่อยเงินกู้ก้อนโตให้เอกชนไปสร้างโรงไฟฟ้าต้องเห็นหลักประกันว่าจะมีรายได้แน่นอนมายาวนานพอจะคืนทุน สัญญา PPA จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางที่ทำให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้

ลองนึกภาพโรงรับซื้อข้าวกลางประจำจังหวัดดู โรงรับซื้อข้าวรายใหญ่แห่งนี้เซ็นสัญญารับซื้อข้าวล่วงหน้ากับชาวนาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี ชาวนาเห็นสัญญาฉบับนี้แล้วก็กล้าลงทุนขยายพื้นที่นา ซื้อเครื่องจักรเพิ่ม เพราะรู้แน่ชัดว่าผลผลิตที่ปลูกได้จะมีคนซื้อแน่นอนในราคาที่ตกลงกันไว้ ระบบไฟฟ้าไทยก็ทำงานด้วยตรรกะเดียวกันเป๊ะๆ เพียงแต่เปลี่ยนจากข้าวเป็นไฟฟ้า และเปลี่ยนจากโรงรับซื้อข้าวเป็น กฟผ. เท่านั้นเอง ต่างประเทศบางแห่งใช้ระบบที่ต่างออกไป คือมี "ตลาดกลางไฟฟ้า" ให้ผู้ผลิตหลายรายแข่งขันเสนอราคาขายไฟกันเป็นรายชั่วโมงคล้ายตลาดหุ้น แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ใช้ระบบแบบนั้น โครงสร้างที่เราใช้อยู่ยังคงเป็นแบบผู้รับซื้อหลักรายเดียวอย่างที่เล่ามา

โรงไฟฟ้า กฟผ. เอง IPP (>90 MW) SPP (10–90 MW) ไฟนำเข้า (เขื่อนลาว) กฟผ. ผู้รับซื้อหลัก (Enhanced Single Buyer) กฟน. กฟภ. บ้าน/ โรงงาน (ทุกเส้นฝั่งซ้าย = สัญญา PPA 20–25 ปี) VSPP (<10 MW) ขายตรง ไม่ผ่าน กฟผ.
โครงสร้าง Enhanced Single Buyer — กฟผ. เป็นศูนย์กลางรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าตัวเองและเอกชน (IPP/SPP) ผ่านสัญญา PPA 20–25 ปี ก่อนขายส่งต่อให้ กฟน./กฟภ. ยกเว้น VSPP ที่ขายตรงเข้าระบบจำหน่ายท้องถิ่นโดยไม่ผ่าน กฟผ.

13.3 IPP: ผู้ผลิตรายใหญ่

กลุ่มแรกคือ IPP (Independent Power Producer — ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่) หมายถึงโรงไฟฟ้าเอกชนที่มีกำลังผลิตมากกว่าประมาณ 90 เมกะวัตต์ขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วมตามที่เล่าไว้ในบทที่ 5 หรือบางแห่งก็เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงเหล่านี้ขายไฟฟ้าที่ผลิตได้เกือบทั้งหมดให้ กฟผ. โดยตรงผ่านสายส่งแรงสูงที่เล่าไว้ในบทที่ 9 ไม่ได้ขายให้ใครอื่น

ชื่อบริษัทกลุ่ม IPP ที่คุ้นหูจากหน้าข่าวหุ้นก็มีอย่างเช่น Gulf, EGCO, RATCH, GPSC และ B.Grimm ที่น่าสนใจคือบางบริษัทในกลุ่มนี้มี กฟผ. ถือหุ้นร่วมอยู่ด้วย ลองนึกภาพขนาดของโรงไฟฟ้า IPP หนึ่งโรงดู มันใหญ่พอที่จะจ่ายไฟให้กับเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว

โรงไฟฟ้า IPP ขนาดใหญ่แบบพลังความร้อนร่วม มองจากมุมสูง เห็นหอหล่อเย็น ปล่องระบายควัน และสถานีไฟฟ้าแรงสูง
  1. Cooling Towers (Induced Draft) — หอหล่อเย็นที่ระบายความร้อนออกจากระบบไอน้ำ ควันขาวที่เห็นคือไอน้ำ ไม่ใช่มลพิษ
  2. Natural Gas Receiving Station — จุดรับก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาทางท่อ เชื้อเพลิงหลักของโรง IPP ส่วนใหญ่
  3. Gas Turbine Generators และ Heat Recovery Steam Generators (HRSG) — กังหันก๊าซกับหม้อไอน้ำนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ หัวใจของระบบพลังความร้อนร่วมที่เล่าไว้ในบทที่ 5
  4. Steam Turbine Generators — กังหันไอน้ำที่ใช้ไอน้ำจาก HRSG มาปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกรอบ เพิ่มประสิทธิภาพให้โรงไฟฟ้า
  5. Stacks (Exhaust) — ปล่องระบายไอเสียที่เหลือจากกระบวนการเผาไหม้
  6. Switchyard (High Voltage) และ Transmission Towers and Power Lines — สถานีไฟฟ้าแรงสูงและเสาส่งที่นำไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าสายส่งของ กฟผ. ตามที่เล่าไว้ในบทที่ 9 และ 10
  7. Water Treatment Plant และ Fire Water Storage Tank — ระบบบำบัดน้ำและถังเก็บน้ำสำรองดับเพลิงของโรง
  8. Administration Building, Main Entrance and Security Gate และ Corporate Signage — อาคารสำนักงาน ประตูทางเข้าพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย และป้ายชื่อบริษัทเจ้าของโรง
โรงไฟฟ้า IPP — โรงเอกชนขนาดใหญ่ที่โรงเดียวจ่ายไฟได้เท่าเมืองใหญ่ทั้งเมือง
💡 เกร็ดน่ารู้

EGCO และ RATCH ซึ่งเป็นสองในบริษัท IPP รายใหญ่ของไทย จริงๆ แล้วเกิดจากการแยกโรงไฟฟ้าเก่าบางส่วนของ กฟผ. ออกมาตั้งบริษัทแล้วนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ในกระบวนการที่เรียกว่าการแปรรูป (privatization) ช่วงทศวรรษ 2530 เอกชนรายใหญ่บางเจ้าในระบบไฟฟ้าไทยจึงมี "ดีเอ็นเอ กฟผ." ฝังอยู่ในตัวมาตั้งแต่ต้น

13.4 SPP: ผู้ผลิตรายกลางในนิคมอุตสาหกรรม

กลุ่มที่สองคือ SPP (Small Power Producer — ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก) มีกำลังผลิตอยู่ระหว่างประมาณ 10 ถึง 90 เมกะวัตต์ จุดเด่นของ SPP กลุ่มใหญ่คือระบบที่เรียกว่า cogeneration หรือการผลิตร่วมทั้งไฟฟ้าและไอน้ำในเวลาเดียวกัน ซึ่งทวนหลักการเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 8 โรงไฟฟ้ากลุ่มนี้มักตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ผลิตทั้งไฟฟ้าและไอน้ำขายให้โรงงานเพื่อนบ้านในนิคมโดยตรง ส่วนที่เหลือจึงค่อยขายให้ กฟผ.

เหตุผลที่นิคมอุตสาหกรรมชอบระบบนี้มากก็เพราะโรงงานต่างๆ ได้ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำที่เสถียรในราคาที่คุ้มค่ากว่าผลิตเองแยกกัน ขณะที่ระบบไฟฟ้าของประเทศก็ได้กำลังผลิตที่กระจายตัวอยู่ใกล้จุดใช้งานจริง ไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์เพียงไม่กี่แห่ง ความสัมพันธ์แบบวิน-วินนี้เองที่ทำให้พื้นที่อุตสาหกรรมอย่างมาบตาพุดหรือแนวชายฝั่งตะวันออกเติบโตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว นอกจาก SPP กลุ่ม cogeneration แล้ว ยังมี SPP อีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิง เช่นโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ หรือโซลาร์ฟาร์มขนาดกลาง

โรงไฟฟ้า SPP แบบ cogeneration ในนิคมอุตสาหกรรม เห็นท่อไอน้ำวางบนแร็คส่งไปยังโรงงานเพื่อนบ้าน
  1. Gas Turbine Generator และ Heat Recovery Steam Generator (HRSG) — กังหันก๊าซและหม้อไอน้ำนำความร้อนกลับมาใช้ ชุดอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า+ไอน้ำร่วมแบบเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 8
  2. Stack — ปล่องระบายไอเสีย
  3. Steam Pipelines (on Pipe Rack) — ท่อไอน้ำที่วางอยู่บนแร็คยกสูง ส่งไอน้ำไปขายให้โรงงานเพื่อนบ้านโดยตรง
  4. Neighboring Factories (steam users) — โรงงานในนิคมที่เป็นลูกค้ารับซื้อไอน้ำและไฟฟ้าจากโรง SPP นี้
  5. Air-Cooled Condenser และ Cooling Units — ระบบระบายความร้อนของโรง แบบใช้อากาศแทนน้ำจำนวนมาก เหมาะกับพื้นที่นิคมที่มีน้ำจำกัด
  6. Water Treatment System — ระบบบำบัดน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำ
  7. Electrical Switchyard — สถานีไฟฟ้าที่ส่งไฟฟ้าส่วนที่เหลือขายต่อให้ กฟผ.
  8. Main Entrance — ทางเข้าหลักของโรงไฟฟ้า
โรงไฟฟ้า SPP ในนิคมอุตสาหกรรม — ขายทั้งไฟฟ้าและไอน้ำผ่านท่อให้โรงงานเพื่อนบ้าน

13.5 VSPP: ผู้ผลิตจิ๋วที่กระจายทั่วประเทศ

กลุ่มสุดท้ายคือ VSPP (Very Small Power Producer — ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก) มีกำลังผลิตไม่เกินประมาณ 10 เมกะวัตต์ จุดที่ต่างจากสองกลุ่มก่อนหน้าอย่างสำคัญคือ VSPP ขายไฟฟ้าตรงให้ กฟน. หรือ กฟภ. โดยไม่ผ่าน กฟผ. เลย เหตุผลก็เพราะโรงไฟฟ้าขนาดจิ๋วเหล่านี้เสียบเข้ากับระบบจำหน่ายท้องถิ่นโดยตรงตามที่เล่าไว้ในบทที่ 11 ไม่ได้ต่อเข้ากับสายส่งแรงสูงของ กฟผ. เหมือน IPP

หน้าตาของ VSPP มีหลากหลายมาก ตั้งแต่โซลาร์ฟาร์มขนาดเล็ก โรงไฟฟ้าชีวมวลข้างโรงสีข้าวตามที่เล่าไว้ในบทที่ 8 โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากฟาร์มหมู ไปจนถึงโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชนขนาดเล็ก และที่น่าสนใจคือบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาแล้วสมัครขายไฟฟ้าคืนเข้าระบบ ก็จัดอยู่ในตระกูล VSPP เช่นกัน เรื่องโครงการภาคประชาชนแบบนี้จะเล่าละเอียดอีกครั้งในบทที่ 16

กลุ่มขนาดขายให้ใครตัวอย่างเสียบเข้าระบบชั้นไหน
IPPมากกว่า 90 MWกฟผ. เท่านั้นโรงก๊าซพลังความร้อนร่วม/ถ่านหินสายส่งแรงสูง
SPP10–90 MWกฟผ. + โรงงานข้างเคียงcogeneration ในนิคมฯ / ชีวมวลใหญ่สายส่งหรือสายจำหน่าย
VSPPไม่เกิน 10 MWกฟน./กฟภ. โดยตรงโซลาร์เล็ก/ชีวมวลเล็ก/โซลาร์บ้านสายจำหน่ายท้องถิ่น
IPP (>90 MW) SPP (10–90 MW) VSPP (<10 MW) → สายส่งแรงสูง ขายให้ กฟผ. → สายส่ง/สายจำหน่าย ขาย กฟผ.+โรงงานข้างเคียง → สายจำหน่ายท้องถิ่น ขาย กฟน./กฟภ.
เปรียบเทียบขนาดผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนสามกลุ่ม — ยิ่งโรงเล็กลง ยิ่งเสียบเข้าใกล้บ้านมากขึ้น และขายตรงมากขึ้นโดยไม่ผ่าน กฟผ.
โซลาร์ฟาร์มขนาดเล็กระดับ VSPP ข้างโรงสีข้าวในชนบท เชื่อมต่อเข้าสายจำหน่ายท้องถิ่นบนเสาคอนกรีต
  1. Solar panels (Photovoltaic modules) — แผงโซลาร์เซลล์ที่แปลงแสงแดดเป็นไฟฟ้าตามหลักการในบทที่ 7
  2. Inverter house (Contains inverter and electrical equipment) — อาคารเล็กที่เก็บอินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์แปลงไฟตรงจากแผงให้เป็นไฟสลับก่อนเข้าระบบ
  3. Connection point (Interconnection to local distribution line) — จุดเชื่อมต่อที่ไฟฟ้าจากโรงจิ๋วนี้ไหลเข้าสู่สายจำหน่ายท้องถิ่นโดยตรง หัวใจของการเป็น VSPP
  4. Distribution line (22 kV) — สายจำหน่ายแรงดัน 22 กิโลโวลต์ ระดับแรงดันเดียวกับที่เล่าไว้ในบทที่ 11
  5. Rice mill — โรงสีข้าวที่อยู่ข้างเคียง จุดที่ทำให้เห็นภาพว่า VSPP มักตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชนหรือแหล่งเชื้อเพลิงชีวมวลได้ง่าย
  6. Solar farm area (Fenced perimeter) — พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์ที่ล้อมรั้วไว้เพื่อความปลอดภัย
VSPP — โรงไฟฟ้าจิ๋วข้างโรงสี เสียบขายตรงเข้าสายจำหน่ายท้องถิ่น
💡 เกร็ดน่ารู้

บ้านที่ติดโซลาร์เซลล์แล้วสมัครขายไฟฟ้าคืนเข้าโครงการภาคประชาชน ในทางกติกาแล้วก็คือ "ผู้ผลิตไฟฟ้า" ตัวจริงเสียงจริง เพียงแต่เป็น VSPP ขนาดจิ๋วที่สุด วันนี้ประเทศไทยมีผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มนี้อยู่หลักแสนรายแล้ว

13.6 ค่าความพร้อมจ่าย: กติกาที่คนเถียงกันมากที่สุด

สัญญา PPA ของ IPP ส่วนใหญ่แบ่งเงินที่จ่ายให้โรงไฟฟ้าออกเป็นสองก้อนหลัก ก้อนแรกเรียกว่า AP (Availability Payment — ค่าความพร้อมจ่าย) เป็นเงินที่จ่ายให้เมื่อโรงไฟฟ้า "พร้อมเดินเครื่อง" อยู่เสมอ ไม่ว่าจะถูกสั่งให้เดินเครื่องจริงหรือไม่ก็ตาม ส่วนก้อนที่สองเรียกว่า EP (Energy Payment — ค่าพลังงาน) เป็นเงินที่จ่ายตามหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงเท่านั้น

เหตุผลเบื้องหลังการออกแบบระบบให้มีค่าความพร้อมจ่ายก็คือ โรงไฟฟ้าทำหน้าที่เหมือนประกันของทั้งระบบไฟฟ้า ต้อง "สแตนด์บาย" พร้อมเดินเครื่องอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาสำรองกำลังผลิตตามที่เล่าไว้ในบทที่ 3 ถ้าไม่มีค่าความพร้อมจ่ายเลย ก็คงไม่มีเอกชนรายไหนกล้าลงทุนสร้างโรงไฟฟ้ามาตั้งรอเผื่อระบบต้องการ เพราะต้นทุนสร้างและดูแลโรงไฟฟ้าให้พร้อมเดินตลอดเวลานั้นสูงมาก ไม่ว่าจะได้เดินเครื่องจริงหรือไม่ก็ตาม

แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบมีไฟฟ้าสำรองสูงเกินความจำเป็น ประชาชนก็ยังต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้าที่แทบไม่ได้ถูกสั่งเดินเครื่องเลยอยู่ดี ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อ "ค่าไฟแฝง" ที่ถูกพูดถึงบ่อยในข่าวพลังงาน เรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดตายตัว เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผลสมเหตุสมผลของตัวเอง ประเด็นเรื่องสำรองไฟฟ้าล้นเกินจะเล่าละเอียดในบทที่ 14 ส่วนเรื่องว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปโผล่ตรงไหนในบิลค่าไฟของเรา จะแกะให้ดูในบทที่ 15

🤔 ลองนึกดู

งานวิ่งมาราธอนงานหนึ่งจ้างรถพยาบาลมาจอดสแตนด์บายอยู่ตลอดเส้นทางทั้งวัน ควรจ่ายค่าจ้างรถพยาบาลคันนั้นไหม ถ้าตลอดทั้งวันไม่มีใครบาดเจ็บจนต้องใช้บริการเลยสักครั้ง?

คำตอบ: นี่คือหัวใจของดีเบตเรื่องค่าความพร้อมจ่ายเป๊ะๆ ความพร้อมมีต้นทุนของมันจริง คนขับรถพยาบาลต้องได้ค่าจ้างไม่ว่าจะมีเหตุฉุกเฉินหรือไม่ แต่คำถามที่ตามมาคือ ควรจ้างรถพยาบาลมาสแตนด์บายกี่คันถึงจะพอดี ไม่มากเกินจนสิ้นเปลือง ไม่น้อยเกินจนเสี่ยง ซึ่งคำถามนี้โยงตรงไปยังเรื่องปริมาณสำรองไฟฟ้าที่พอดีในบทถัดไป

สรุปท้ายบท

  • ไทยเปิดให้เอกชนผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจบูม 2530s เพราะรัฐลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่คนเดียวไม่ทันความต้องการที่โตเร็ว
  • โครงสร้าง Enhanced Single Buyer (ESB): กฟผ. เป็นผู้รับซื้อหลักผ่านสัญญา PPA ระยะยาว 20–25 ปี ก่อนขายส่งต่อให้ กฟน./กฟภ.
  • สามกลุ่มผู้ผลิตเอกชน: IPP (มากกว่า 90 MW ขาย กฟผ. เท่านั้น), SPP (10–90 MW cogeneration ในนิคมฯ), VSPP (ไม่เกิน 10 MW ขายตรง กฟน./กฟภ.)
  • ค่าความพร้อมจ่าย (AP) จ่ายเพื่อ "ความพร้อม" ของโรงไฟฟ้า ต่างจากค่าพลังงาน (EP) ที่จ่ายตามหน่วยที่ผลิตจริง — เป็นทั้งกลไกสร้างความมั่นคงและประเด็นวิจารณ์เรื่องค่าไฟ

คำศัพท์ในบทนี้

คำศัพท์ความหมายแบบเข้าใจง่าย
IPP (Independent Power Producer)ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ มากกว่าประมาณ 90 MW ขายไฟทั้งหมดให้ กฟผ.
SPP (Small Power Producer)ผู้ผลิตไฟฟ้ารายกลาง 10–90 MW มักเป็น cogeneration ในนิคมอุตสาหกรรม
VSPP (Very Small Power Producer)ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก ไม่เกิน 10 MW ขายตรงเข้าระบบจำหน่ายท้องถิ่น
PPA (Power Purchase Agreement)สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20–25 ปี ที่ล็อกราคาและเงื่อนไขก่อนสร้างโรงจริง
Enhanced Single Buyer (ESB)โครงสร้างตลาดไฟฟ้าไทยที่มี กฟผ. เป็นผู้รับซื้อหลักรายเดียว
ค่าความพร้อมจ่าย (AP)เงินที่จ่ายให้โรงไฟฟ้าเมื่อพร้อมเดินเครื่อง ไม่ว่าจะถูกสั่งเดินจริงหรือไม่
ค่าพลังงาน (EP)เงินที่จ่ายให้โรงไฟฟ้าตามหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง
cogenerationการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกันในโรงเดียว ขายทั้งสองอย่างให้ลูกค้า
ผู้รับซื้อหลัก (single buyer)ผู้ซื้อไฟฟ้ารายเดียวที่รวบรวมไฟจากผู้ผลิตหลายรายก่อนขายส่งต่อ
การแปรรูป (privatization)กระบวนการแยกกิจการของรัฐออกมาตั้งบริษัทเอกชนหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์

ทบทวนความเข้าใจ

ทำไมไทยถึงเปิดให้เอกชนผลิตไฟฟ้าเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน?
ความต้องการไฟฟ้าโตเร็วมากช่วงเศรษฐกิจบูม รัฐลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าคนเดียวไม่ทัน จึงเปิดให้เอกชนลงทุนแล้วรัฐการันตีรับซื้อผ่านสัญญา
Enhanced Single Buyer แปลว่าใครซื้อไฟจากใคร?
กฟผ. เป็นผู้รับซื้อหลักรายเดียวจากผู้ผลิตรายใหญ่และรายกลาง แล้วขายส่งต่อให้ กฟน./กฟภ. อีกทอดหนึ่ง
IPP กับ SPP ต่างกันตรงไหนนอกจากขนาด?
IPP ขายไฟฟ้าทั้งหมดให้ กฟผ. เท่านั้น ส่วน SPP มักเป็นระบบ cogeneration ที่ขายทั้งไฟฟ้าและไอน้ำให้โรงงานในนิคมด้วย เหลือเท่าไรจึงขายให้ กฟผ.
VSPP ขายไฟฟ้าให้ใคร ทำไมไม่ผ่าน กฟผ.?
ขายตรงให้ กฟน./กฟภ. เพราะโรงไฟฟ้าขนาดจิ๋วเหล่านี้เสียบเข้ากับระบบจำหน่ายท้องถิ่นโดยตรง ไม่ได้ต่อกับสายส่งแรงสูง
PPA คืออะไร ทำไมต้องยาวถึง 20–25 ปี?
คือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวที่ล็อกเงื่อนไขก่อนสร้างโรง ต้องยาวพอให้คุ้มเงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท และให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้
ค่าความพร้อมจ่าย (AP) คือจ่ายค่าอะไร?
คือค่าที่โรงไฟฟ้า "พร้อมเดินเครื่อง" สแตนด์บายให้ระบบตลอดเวลา แม้ไม่ได้ถูกสั่งให้เดินเครื่องจริง เป็นทั้งกลไกสร้างความมั่นคงและประเด็นวิจารณ์เรื่องภาระค่าไฟ
📚 ห้องสมุด