บทที่ 05 — โรงไฟฟ้าพลังความร้อน: ก๊าซ ถ่านหิน และพลังความร้อนร่วม
Thermal Power Plants
ไฟฟ้าไทยราวสามในสี่เกิดจากการ "ต้มน้ำ" หรือ "จุดไฟเป่ากังหัน" — โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินคือกระดูกสันหลังตัวจริงของระบบไฟฟ้าไทย บทนี้พาไปดูว่าเปลวไฟกลายเป็นไฟฟ้าได้อย่างไร ทำไมโรงไฟฟ้ายุคใหม่ของไทยเกือบทั้งหมดเป็นแบบ "พลังความร้อนร่วม" และไอสีขาวที่พวยพุ่งจากหอยักษ์ข้างโรงไฟฟ้านั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่
- ห่วงโซ่ เชื้อเพลิง → ความร้อน → ไอน้ำ → กังหัน → ไฟฟ้า
- หลักกังหันก๊าซ (เหมือนเครื่องยนต์เจ็ต) และเหตุที่โรงไฟฟ้าก๊าซสตาร์ทไว
- โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (combined cycle) "ใช้ความร้อนซ้ำสองรอบ" อย่างไร และทำไมจึงประหยัดเชื้อเพลิง
- ไอขาวจากหอหล่อเย็นคือไอน้ำ ไม่ใช่ควันพิษ
05.1 สูตรสำเร็จของโรงไฟฟ้าความร้อน
ลองนึกภาพตอนต้มน้ำในกาต้มน้ำที่บ้าน พอน้ำเดือดจัด ฝากาจะเริ่มสั่น บางรุ่นถึงกับมีนกหวีดดังแหลม นั่นคือหลักฐานว่าไอน้ำมีแรงมหาศาลซ่อนอยู่ข้างใน มากพอจะดันฝาที่มีน้ำหนักกดทับให้ขยับได้ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนก็ใช้หลักการเดียวกันนี้เป๊ะๆ เพียงแต่ขยายขนาดขึ้นเป็นกาต้มน้ำยักษ์ที่เป่ากังหัน (ตามที่รู้จักไปแล้วในบทที่ 4) แทนที่จะเป่านกหวีดเล่นๆ เท่านั้นเอง
ห่วงโซ่การทำงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนมีอยู่ 5 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากเผาเชื้อเพลิงให้เกิดความร้อน จากนั้นความร้อนนั้นต้มน้ำจนกลายเป็นไอน้ำแรงดันสูง ไอน้ำที่มีแรงมหาศาลนี้พุ่งเข้าไปผลักใบพัดกังหันให้หมุน กังหันหมุนก็ดึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้หมุนตามจนได้ไฟฟ้าออกมา และสุดท้ายไอน้ำที่ผ่านกังหันแล้วจะถูกควบแน่นกลับเป็นน้ำอีกครั้งเพื่อวนกลับไปต้มใหม่ นี่คือวงจรปิดที่น้ำก้อนเดียวกันถูกใช้ซ้ำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเติมน้ำใหม่ตลอดเวลา
- Lid (lifted by steam pressure) — ฝากาที่ถูกแรงดันไอน้ำดันจนกระดกขึ้นเล็กน้อย หลักฐานชัดๆ ว่าไอน้ำมีแรงมากพอจะดันของหนักได้
- Steam and boiling vapor — ไอน้ำที่เกิดจากน้ำเดือดจัดข้างใน คือ "เชื้อเพลิงแรงกล" ที่จะเอาไปผลักกังหันในโรงไฟฟ้าจริง
- Pinwheel — กังหันของเล่นสีสันสดใส ในภาพนี้ทำหน้าที่แทนกังหันจริงของโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์ เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าไอน้ำผลักใบพัดให้หมุนได้อย่างไร
- Steam jet — ลำไอน้ำที่พุ่งออกจากปากกาไปโดนใบพัดกังหันของเล่น เทียบได้กับท่อไอน้ำแรงดันสูงที่พุ่งเข้ากังหันจริงในหัวข้อนี้
- Spout — ปากกาที่ไอน้ำพุ่งออกมา
- Stainless steel kettle body — ตัวกาที่บรรจุน้ำและทนความร้อนสูง เทียบได้กับหม้อไอน้ำ (boiler) ของโรงไฟฟ้าจริง
- Handle (heat-insulated) — หูจับกาที่หุ้มฉนวนกันความร้อน ไม่เกี่ยวกับหลักการผลิตไฟฟ้าโดยตรง
- Water level indicator — ช่องแสดงระดับน้ำในกา ช่วยให้รู้ว่ายังมีน้ำพอต้มต่อหรือไม่
- Power indicator (light) และ Power base (contains heating element) — ฐานกาที่มีขดลวดความร้อนไฟฟ้าซ่อนอยู่ข้างใน ทำหน้าที่เป็น "แหล่งความร้อน" เทียบได้กับการเผาเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำของโรงไฟฟ้าจริง
สังเกตว่าในวงจรนี้ น้ำแทบไม่ได้ถูกใช้แล้วทิ้งเลย — สิ่งที่โรงไฟฟ้า "กิน" จริงๆ คือเชื้อเพลิงที่เผาให้เกิดความร้อนเท่านั้น ส่วนน้ำแค่วิ่งวนอยู่ในท่อปิดตลอดเวลา เปลี่ยนสถานะไปมาระหว่างน้ำกับไอน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่านับล้านรอบ
05.2 โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ: เครื่องยนต์เจ็ตที่ปักหลักอยู่กับที่
โรงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องต้มน้ำเสมอไป มีอีกวิธีหนึ่งที่เร็วกว่ามาก นั่นคือ กังหันก๊าซ (gas turbine) ซึ่งเป็นญาติสนิทของเครื่องยนต์เครื่องบินไอพ่นแทบทุกประการ หลักการทำงานคือ ดูดอากาศเข้ามา อัดให้แน่นขึ้น ผสมกับก๊าซเชื้อเพลิงแล้วจุดระเบิด ก๊าซร้อนจัดที่เกิดขึ้นจะพุ่งออกมาด้วยแรงมหาศาลไปผลักใบพัดกังหันให้หมุนโดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนต้มน้ำเป็นไอน้ำเหมือนในหัวข้อก่อนหน้าเลยแม้แต่น้อย
ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดของกังหันก๊าซคือความเร็วในการสตาร์ท เพราะไม่ต้องเสียเวลาต้มน้ำให้ร้อนจนเดือด กังหันก๊าซจึงสตาร์ทเครื่องจากศูนย์จนผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังภายในเวลาแค่หลักสิบนาทีเท่านั้น เร็วกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงมาก ด้วยความไวขนาดนี้ โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซจึงเหมาะที่จะถูกเรียกใช้งานตอนช่วงพีคของความต้องการไฟฟ้าที่เล่าไว้ในบทที่ 3 เป็นพิเศษ เพราะสามารถ "ตื่น" มาช่วยได้ทันเวลาพอดี เชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในกังหันก๊าซของไทยคือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งที่มาของก๊าซจะเล่าอย่างละเอียดในบทที่ 14
กังหันก๊าซบางรุ่นที่ใช้ในโรงไฟฟ้าจริงๆ แล้วคือเครื่องยนต์เครื่องบินของจริงที่ถูกดัดแปลงมาปักหลักอยู่กับที่ เรียกเฉพาะทางว่า aeroderivative — พูดง่ายๆ คือเอาเครื่องยนต์เจ็ตมาต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแทนที่จะติดไว้ใต้ปีกเครื่องบินนั่นเอง
05.3 พลังความร้อนร่วม: ใช้ความร้อนให้คุ้มสองต่อ
กังหันก๊าซเดี่ยวๆ มีจุดอ่อนอยู่หนึ่งอย่าง คือก๊าซไอเสียที่ปล่อยทิ้งออกไปหลังผ่านกังหันแล้วยังคงร้อนจัดอยู่ที่ประมาณ 600 องศาเซลเซียส การปล่อยความร้อนระดับนั้นทิ้งไปเฉยๆ ก็ไม่ต่างจากต้มมาม่าเสร็จแล้วเทน้ำร้อนที่เหลืออยู่ก้นหม้อทิ้งไปทั้งที่ยังร้อนจัดอยู่เลย
ทางแก้ที่วิศวกรคิดขึ้นมาคือ เอาไอเสียร้อนจัดนั้นไปต้มน้ำต่ออีกรอบในหม้อไอน้ำพิเศษที่เรียกว่า HRSG (Heat Recovery Steam Generator — เครื่องผลิตไอน้ำจากความร้อนเหลือทิ้ง) ได้ไอน้ำมาผลักกังหันไอน้ำอีกชุดหนึ่ง ต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกตัว ผลลัพธ์คือได้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาอีกก้อนใหญ่โดยไม่ต้องเผาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว
ตัวเลขที่แสดงให้เห็นภาพชัดที่สุดคือประสิทธิภาพโดยรวม กังหันก๊าซเดี่ยวๆ ที่ไม่มีการนำความร้อนกลับมาใช้มีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3 ของพลังงานเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่พอนำมาต่อเป็นพลังความร้อนร่วมแบบนี้ ประสิทธิภาพจะพุ่งขึ้นไปถึงเกือบ 2 ใน 3 ของพลังงานเชื้อเพลิง พูดง่ายๆ คือ "เผาก๊าซเท่าเดิม แต่ได้ไฟฟ้าเกือบสองเท่า" นี่คือเหตุผลที่โรงไฟฟ้าใหม่ๆ ของไทยแทบทั้งหมดถูกสร้างเป็นแบบพลังความร้อนร่วม ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าวังน้อย บางปะกง พระนครเหนือ พระนครใต้ ของ กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย — EGAT) หรือโรงไฟฟ้าเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระอีกจำนวนมากที่จะเล่าถึงในบทที่ 13
ต้มมาม่าหนึ่งถ้วยจนสุกแล้วเทน้ำร้อนที่เหลืออยู่ก้นหม้อออกมาชงกาแฟต่อทันที ประหยัดแก๊สหุงต้มไปได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับการต้มน้ำใหม่อีกรอบ?
คำตอบ: ประหยัดไปมากทีเดียว เพราะความร้อน "มือสอง" ที่เหลืออยู่ยังทำงานได้อีกเยอะ ไม่ต้องจุดไฟใหม่เลย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก็คิดแบบเดียวกันเป๊ะ — นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพุ่งจากราวหนึ่งในสามไปเป็นเกือบสองในสามได้
- Chao Phraya River — แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านข้างโรงไฟฟ้า ใช้เป็นแหล่งน้ำหล่อเย็นของระบบ (รายละเอียดในหัวข้อ 5.5)
- Fuel Gas Skid — จุดรับและปรับความดันก๊าซธรรมชาติก่อนส่งเข้ากังหันก๊าซ
- Gas Turbine Building — อาคารที่ติดตั้งกังหันก๊าซ จุดที่ก๊าซธรรมชาติถูกเผาผลักกังหันตามหลักการในหัวข้อ 5.2
- Exhaust Stacks — ปล่องระบายไอเสียของกังหันก๊าซ ก่อนไอเสียร้อนจัดจะถูกพาไปต้มน้ำต่อใน HRSG
- HRSG (Heat Recovery Steam Generator) — เครื่องผลิตไอน้ำจากความร้อนเหลือทิ้ง คืออุปกรณ์หัวใจของหัวข้อนี้ที่ทำให้ได้ไฟฟ้า "สองต่อ" จากก๊าซเท่าเดิม
- Steam Turbine Building — อาคารที่ติดตั้งกังหันไอน้ำชุดที่สอง รับไอน้ำจาก HRSG มาผลิตไฟฟ้าเพิ่ม
- Water Treatment and Storage Tanks — ถังปรับสภาพและเก็บน้ำสำหรับป้อนเข้าวงจรไอน้ำแบบปิดตามที่อธิบายในหัวข้อ 5.1
- Step-up Transformer — หม้อแปลงยกแรงดันไฟฟ้าก่อนส่งเข้าสายส่ง เหมือนที่เล่าไว้ในบทที่ 4
- Switchyard — ลานหม้อแปลงเต็มไปด้วยเสาโครงเหล็ก จุดเปลี่ยนผ่านไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าสู่สายส่งแรงสูง
05.4 โรงไฟฟ้าถ่านหินและลิกไนต์: แม่เมาะ
โรงไฟฟ้าถ่านหินเดินตามสูตรของหัวข้อ 5.1 แบบตรงไปตรงมาที่สุด คือเผาถ่านหินต้มน้ำในหม้อไอน้ำขนาดยักษ์โดยตรง ไม่มีขั้นตอนซับซ้อนอย่างกังหันก๊าซหรือ HRSG มาเกี่ยวข้อง ข้อเสียคือสตาร์ทเครื่องช้ากว่าโรงไฟฟ้าก๊าซมาก ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเดินเครื่องเต็มกำลัง แต่ข้อดีคือเดินเครื่องต่อเนื่องได้ยาวนานอย่างทนทาน และต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วยไฟฟ้าค่อนข้างถูก จึงเหมาะเป็น "โหลดฐาน" (base load) คือโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องคงที่ตลอดเวลาแทบไม่หยุด ให้โรงไฟฟ้าที่สตาร์ทเร็วกว่าอย่างก๊าซหรือเขื่อนคอยรับส่วนที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามที่ NCC (National Control Center — ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ) สั่งการตามที่เล่าไว้ในบทที่ 3
ตัวอย่างที่คนไทยคุ้นชื่อที่สุดคือ แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่นี่มีทั้งเหมืองลิกไนต์แบบเปิดและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ตั้งอยู่ติดกัน เพราะขุดถ่านลิกไนต์ได้จากเหมืองข้างๆ แล้วส่งเข้าโรงไฟฟ้าได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องขนส่งไกล แม่เมาะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของภาคเหนือมายาวนานหลายสิบปี
- Mountains of northern Thailand — ภูเขาในภาคเหนือของไทยที่ล้อมรอบพื้นที่แม่เมาะ
- Open pit lignite mine — เหมืองลิกไนต์แบบเปิดหน้าดินที่ขุดถ่านหินคุณภาพต่ำมาป้อนโรงไฟฟ้าข้างๆ ได้โดยตรง ไม่ต้องขนส่งไกล
- Smokestacks — ปล่องระบายก๊าซที่ผ่านระบบดักฝุ่นและกำจัดก๊าซซัลเฟอร์แล้วก่อนปล่อยออกสู่อากาศ (รายละเอียดในย่อหน้าถัดไป)
- Power plant (main building) — อาคารโรงไฟฟ้าหลักที่มีหม้อไอน้ำเผาถ่านลิกไนต์ตามสูตรในหัวข้อ 5.1
- Natural draft cooling towers — หอหล่อเย็นทรงเอวคอดที่ระบายความร้อนทิ้งจากวงจรไอน้ำ (รายละเอียดในหัวข้อ 5.5)
- Cooling water pumps and canals — คลองและปั๊มน้ำที่ส่งน้ำเข้าไปหล่อเย็นระบบและระบายกลับ
- Lignite stockpile — กองถ่านลิกไนต์ที่ขุดมาสำรองไว้ก่อนป้อนเข้าหม้อไอน้ำ
- Conveyor system (to power plant) — สายพานลำเลียงถ่านจากเหมืองและกองสำรองเข้าสู่โรงไฟฟ้าโดยตรง
- Electrical switchyard and transformers — ลานหม้อแปลงที่ยกแรงดันไฟฟ้าก่อนส่งเข้าสายส่งไปยังภาคเหนือและส่วนอื่นของประเทศ
เรื่องมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ควรเล่าตรงไปตรงมา โรงไฟฟ้ายุคใหม่มีเครื่องดักจับมลพิษก่อนปล่อยออกสู่อากาศ เช่น เครื่องดักฝุ่นที่เรียกว่า ESP (Electrostatic Precipitator — เครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิต) และเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ที่เรียกว่า FGD (Flue Gas Desulfurization — ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์จากไอเสีย) มาตรฐานเข้มงวดเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นบทเรียนมาจากปัญหามลพิษที่แม่เมาะเองในช่วงปี พ.ศ. 2535 ที่ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์รั่วไหลจนกระทบสุขภาพชาวบ้านในพื้นที่ เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การลงทุนติดตั้งระบบดักจับมลพิษที่เข้มงวดขึ้นมากในเวลาต่อมา ก็เพราะประสบการณ์ครั้งนั้นเองที่ทำให้การจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ในไทยวันนี้เป็นเรื่องยากขึ้นมาก ทั้งจากกระแสความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและการคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่ที่จะสร้าง ซึ่งเป็นความจริงที่ควรรับรู้ไว้อย่างเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง
05.5 หอหล่อเย็นและไอสีขาว
ย้อนกลับไปที่วงจรปิดในหัวข้อ 5.1 หลังไอน้ำผ่านกังหันไปแล้ว มันยังต้องถูกควบแน่นกลับเป็นน้ำ และน้ำที่ควบแน่นแล้วก็ยังมีความร้อนเหลือค้างอยู่ที่ต้องระบายทิ้งก่อนวนกลับไปต้มใหม่ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นี้คือ หอหล่อเย็น (cooling tower) ซึ่งมีทั้งแบบทรงเอวคอดสูงตระหง่านและแบบมีพัดลมช่วยเป่า
ไอสีขาวก้อนโตที่พวยพุ่งออกจากหอเอวคอดคือไอน้ำล้วนๆ ที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็กๆ เมื่อกระทบอากาศเย็นข้างนอก คล้ายกับลมหายใจของเราที่เห็นเป็นควันขาวในวันอากาศหนาว — ไม่ใช่ควันจากการเผาไหม้แต่อย่างใด ส่วนควันจริงจากการเผาเชื้อเพลิงนั้นออกทางปล่องสูงอีกต้นหนึ่งต่างหาก ซึ่งผ่านระบบกรองอย่าง ESP และ FGD ที่เล่าไว้ในหัวข้อก่อนหน้าแล้ว
- Water vapor plume — ไอน้ำล้วนๆ ที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำสีขาว ไม่ใช่ควันเผาไหม้ตามที่อธิบายไปแล้วในย่อหน้าข้างต้น
- Tower shell — เปลือกคอนกรีตทรงเอวคอดของหอหล่อเย็น รูปทรงนี้ช่วยให้อากาศไหลเวียนขึ้นตามธรรมชาติได้ดีโดยไม่ต้องใช้พัดลม
- Dry air inlet (enters through the base) — ช่องรับอากาศแห้งเย็นเข้าทางฐานหอ อากาศนี้จะไหลขึ้นไปสัมผัสกับน้ำร้อนด้านในและพาความร้อนออกไป
- Distribution system และ Fill (heat transfer media) — ระบบกระจายน้ำร้อนให้ไหลผ่านแผ่นกระจายความร้อนภายในหอ เพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศให้ระบายความร้อนได้เร็วขึ้น
- Structural supports — โครงค้ำยันฐานหอที่รับน้ำหนักเปลือกคอนกรีตขนาดยักษ์ทั้งหมด
- Makeup water line — ท่อเติมน้ำใหม่ชดเชยส่วนที่ระเหยหายไปกับไอน้ำที่ลอยขึ้นฟ้าตลอดเวลา
- Cold water basin — บ่อพักน้ำที่เย็นลงแล้วที่ก้นหอ ก่อนสูบกลับเข้าวงจรไปรับความร้อนรอบใหม่
ไอสีขาวจากหอหล่อเย็นจะเห็นชัดเป็นพิเศษเฉพาะวันที่อากาศเย็นและชื้น เพราะไอน้ำควบแน่นเป็นละอองได้ง่าย ส่วนวันที่อากาศร้อนแห้ง ไอน้ำจะระเหยหายไปในอากาศเร็วมากจนแทบมองไม่เห็นเลย ทั้งที่หอหล่อเย็นยังทำงานอยู่ตามปกติทุกประการ
เหตุผลที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนมักตั้งอยู่ริมแม่น้ำหรือริมทะเลก็มาจากเรื่องนี้เอง เพราะต้องใช้น้ำปริมาณมากช่วยระบายความร้อนทิ้งจากวงจรไอน้ำอยู่ตลอดเวลา อย่างโรงไฟฟ้าบางปะกงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง หรือโรงไฟฟ้าขนอมที่ตั้งอยู่ริมทะเลอ่าวไทย ต่างก็ใช้แหล่งน้ำธรรมชาติข้างๆ ช่วยหล่อเย็นระบบทั้งสิ้น
สรุปท้ายบท
- โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเดินตามห่วงโซ่: เผาเชื้อเพลิง → ต้มน้ำเป็นไอแรงดันสูง → ไอผลักกังหัน → เครื่องกำเนิดหมุน → ไอควบแน่นกลับเป็นน้ำวนใหม่
- กังหันก๊าซคล้ายเครื่องยนต์เจ็ต ไม่ต้องต้มน้ำ จึงสตาร์ทเร็วมาก เหมาะรับช่วงพีค
- พลังความร้อนร่วมเอาไอเสียร้อนของกังหันก๊าซไปต้มน้ำต่อผ่าน HRSG ได้ไฟฟ้าเพิ่มโดยไม่เผาเชื้อเพลิงเพิ่ม ประสิทธิภาพพุ่งจากราวหนึ่งในสามเป็นเกือบสองในสาม
- โรงไฟฟ้าถ่านหิน/ลิกไนต์สตาร์ทช้าแต่เดินยาวได้ทนถูก จึงเหมาะเป็นโหลดฐาน แม่เมาะคือตัวอย่างที่โรงไฟฟ้ากับเหมืองอยู่ติดกัน
- ไอสีขาวจากหอหล่อเย็นคือไอน้ำล้วนๆ ไม่ใช่ควันพิษ — ควันจริงออกทางปล่องแยกที่ผ่านระบบกรองแล้ว
คำศัพท์ในบทนี้
| คำศัพท์ | ความหมายแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|
| โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (thermal power plant) | โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าโดยใช้ความร้อนต้มน้ำหรือเผาก๊าซผลักกังหัน |
| หม้อไอน้ำ (boiler) | อุปกรณ์ที่เผาเชื้อเพลิงต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำแรงดันสูง |
| กังหันก๊าซ (gas turbine) | กังหันที่หมุนด้วยก๊าซร้อนจากการเผาไหม้โดยตรง คล้ายเครื่องยนต์เจ็ต ไม่ต้องต้มน้ำ |
| พลังความร้อนร่วม (combined cycle) | การต่อกังหันก๊าซกับกังหันไอน้ำเข้าด้วยกัน โดยใช้ไอเสียร้อนของกังหันก๊าซไปต้มน้ำผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีกชุด |
| HRSG | Heat Recovery Steam Generator — เครื่องผลิตไอน้ำจากความร้อนเหลือทิ้งของกังหันก๊าซ |
| เครื่องควบแน่น (condenser) | อุปกรณ์ที่เปลี่ยนไอน้ำหลังผ่านกังหันแล้วกลับเป็นน้ำ เพื่อวนกลับไปต้มใหม่ |
| หอหล่อเย็น (cooling tower) | อุปกรณ์ระบายความร้อนทิ้งจากวงจรไอน้ำก่อนน้ำวนกลับไปต้มใหม่ |
| ลิกไนต์ (lignite) | ถ่านหินคุณภาพต่ำที่พบในไทย เช่นที่แม่เมาะ ใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาต้มน้ำในโรงไฟฟ้า |
| โหลดฐาน (base load) | โรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องคงที่ตลอดเวลาแทบไม่หยุด เหมาะกับโรงไฟฟ้าที่สตาร์ทช้าแต่ต้นทุนเชื้อเพลิงถูก |
| ประสิทธิภาพ (efficiency) | สัดส่วนพลังงานเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนเป็นไฟฟ้าได้จริง เทียบกับพลังงานเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ใส่เข้าไป |