บทที่ 04 — หัวใจของทุกโรงไฟฟ้า: กังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
Turbine & Generator
โรงไฟฟ้าก๊าซ ถ่านหิน เขื่อน ชีวมวล หรือแม้แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ — หน้าตาต่างกันสุดขั้ว แต่ทั้งหมดจบลงที่อุปกรณ์ชิ้นเดียวกันเสมอ: เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ถูกกังหันหมุน เข้าใจบทนี้บทเดียวเท่ากับเข้าใจหัวใจของโรงไฟฟ้าเกือบทุกชนิดบนโลก ที่เหลือหลังจากนี้เป็นแค่เรื่องของ "จะเอาอะไรมาหมุนมัน" ซึ่งเป็นเรื่องราวของบทที่ 5 ถึง 8
- หลักการกำเนิดไฟฟ้า: แม่เหล็กหมุนใกล้ขดลวด → เกิดไฟฟ้าในขดลวด
- กังหัน (turbine) กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) แบ่งหน้าที่กันอย่างไร
- โรงไฟฟ้าต่างชนิดกันแค่ "ตัวหมุนกังหัน" (ไอน้ำ/น้ำ/ก๊าซร้อน/ลม)
- ทำไมเครื่องกำเนิดทุกตัวในประเทศต้องหมุนล็อกจังหวะกับ 50 เฮิรตซ์
04.1 การค้นพบที่เปลี่ยนโลก: ขยับแม่เหล็ก ได้ไฟฟ้า
บทนี้ขอเปิดด้วยเรื่องเล่าสั้นๆ ย้อนไปเกือบสองร้อยปี ในปี ค.ศ. 1831 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ Michael Faraday (ไมเคิล ฟาราเดย์) ทดลองเอาแท่งแม่เหล็กมาขยับเข้า-ออกใกล้ๆ ขดลวดทองแดงที่ต่อกับเข็มมิเตอร์วัดไฟฟ้า ผลที่เขาเห็นทำให้ทั้งวงการวิทยาศาสตร์ตะลึง ทุกครั้งที่แม่เหล็กขยับ เข็มมิเตอร์จะกระดิกขึ้นทันที ราวกับมีไฟฟ้าเกิดขึ้นเองในเส้นลวด ทั้งที่ไม่มีแบตเตอรี่หรือแหล่งไฟฟ้าใดๆ ต่อเข้าไปเลยสักนิด
สิ่งที่ฟาราเดย์ค้นพบกลายเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั้งโลกมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ ไฟฟ้าไม่ได้เกิดจากแม่เหล็กที่วางนิ่งๆ ใกล้ขดลวด แต่เกิดจาก "การเปลี่ยนแปลง" ของสนามแม่เหล็กที่ขดลวดสัมผัสอยู่ ยิ่งสนามแม่เหล็กเปลี่ยนแปลงเร็วเท่าไหร่ ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก็ยิ่งแรงเท่านั้น บทนี้ไม่ต้องอาศัยสูตรคำนวณอะไรเลยแม้แต่น้อย สาระทั้งหมดสรุปได้ในประโยคเดียว: หมุนแม่เหล็กใกล้ขดลวด เท่ากับ ได้ไฟฟ้า และยิ่งหมุนเร็ว แม่เหล็กแรง หรือขดลวดพันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ไฟฟ้าออกมามากขึ้นเท่านั้น
ลองนึกภาพตามแผนภาพด้านล่าง แม่เหล็กอยู่ตรงกลาง หมุนวนอยู่ในวงแหวนของขดลวดที่ล้อมรอบมันไว้ เมื่อแม่เหล็กหมุน สนามแม่เหล็กที่ขดลวดสัมผัสจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าไหลออกไปตามสายไฟจนถึงหลอดไฟที่ปลายทาง หลักการง่ายๆ นี้เองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทุกเครื่องบนโลก ไม่ว่าจะเล็กเท่าไดนาโมจักรยาน หรือใหญ่เท่าตึกหลายชั้นในโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์
04.2 ไดนาโมจักรยาน: โรงไฟฟ้าที่เล็กที่สุดในชีวิตจริง
ถ้าอยากเห็นหลักการนี้ทำงานจริงแบบจับต้องได้ ไม่ต้องไปไกลถึงโรงไฟฟ้าเลย แค่มองไปที่จักรยานคันเก่าที่มีไฟหน้าแบบไดนาโมก็พอ ไดนาโมจักรยานคืออุปกรณ์เล็กๆ ที่ถูกกดแนบติดกับยางล้อ เมื่อล้อหมุน ตัวไดนาโมก็หมุนตามไปด้วย ข้างในไดนาโมมีแม่เหล็กหมุนอยู่ใกล้ขดลวดเหมือนในแผนภาพข้างต้นทุกประการ เพียงแต่ย่อส่วนลงมาให้ใส่อยู่ในกระบอกโลหะขนาดเท่าฝ่ามือได้เท่านั้นเอง
ปั่นจักรยานช้าๆ ไฟหน้าจะสลัว ปั่นเร็วขึ้นไฟก็จะสว่างขึ้นตาม หยุดปั่นไฟก็ดับทันที ไม่มีระบบเก็บไฟไว้ล่วงหน้าเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว — กฎของโรงไฟฟ้าแทบทุกข้อที่จะพูดถึงในหนังสือเล่มนี้อยู่ในไดนาโมจักรยานเล็กๆ นี้ครบถ้วนแล้ว มันคือ "โรงไฟฟ้าที่เล็กที่สุดในชีวิตจริง" ที่หลายคนเคยสัมผัสมาตั้งแต่เด็กโดยไม่ทันสังเกต
- Bicycle tire — ยางล้อจักรยานที่หมุนไปพร้อมกับการปั่น เป็นแหล่งพลังงานกลตั้งต้นทั้งหมดของระบบนี้
- Dynamo drive roller — ลูกกลิ้งเล็กๆ ที่กดแนบติดกับยางล้อโดยตรง เมื่อล้อหมุน ลูกกลิ้งนี้ก็หมุนตาม ทำหน้าที่เหมือนเพลาที่จะพูดถึงในหัวข้อ 4.3
- Wheel rim — ขอบล้อโลหะที่รองรับยาง ไม่เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นโครงสร้างล้อทั้งหมด
- Bottle dynamo — ตัวไดนาโมทรงกระบอกคล้ายขวด ข้างในบรรจุแม่เหล็กหมุนใกล้ขดลวดตามหลักการในหัวข้อ 4.1 — นี่คือ "เครื่องกำเนิดไฟฟ้า" ตัวจริงของจักรยานคันนี้
- Wheel spokes — ซี่ล้อที่ยึดขอบล้อกับดุมล้อไว้ด้วยกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าแต่อย่างใด
- Electrical wires — สายไฟเล็กๆ ที่พาไฟฟ้าจากไดนาโมไปยังไฟหน้า เทียบได้กับสายส่งย่อส่วนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
- Dynamo mounting bracket — ขาจับที่ยึดไดนาโมให้แนบติดกับล้ออยู่ตลอดเวลา ต้องแน่นพอไม่ให้ลื่นหลุดขณะปั่น
- Headlight mounting bracket — ขาจับที่ยึดไฟหน้าไว้กับตัวจักรยาน
- Headlight — โคมไฟหน้าที่รับไฟฟ้าจากไดนาโมมาเปลี่ยนเป็นแสงสว่าง คือปลายทางที่พลังงานจากแรงขาถูกใช้งานจริง
- Light beam — ลำแสงที่ส่องออกมาจากไฟหน้า เป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ว่าพลังงานถูกเปลี่ยนรูปมาครบวงจรแล้ว
ตอนปั่นจักรยานแล้วเปิดไฟหน้าไดนาโม ทำไมขาถึงรู้สึกหนักขึ้นทันที พลังงานส่วนที่ "หนักขึ้น" นั้นหายไปไหน?
คำตอบ: มันไม่ได้หายไปไหนเลย แต่ถูกเปลี่ยนรูปเป็นแสงสว่างที่ไฟหน้าพอดี พลังงานไม่มีทางเกิดขึ้นมาฟรีๆ ไฟฟ้าที่ไดนาโมผลิตออกมาต้องแลกมาด้วยแรงขาที่เพิ่มขึ้นเสมอ นี่คือกฎเดียวกับที่เกิดขึ้นในโรงไฟฟ้าจริงทุกแห่ง
เรื่องนี้โยงกลับไปถึงสิ่งที่เล่าไว้ในบทที่ 3 ได้พอดิบพอดี ตอนที่คนทั้งเมืองพร้อมใจกันเปิดแอร์ โรงไฟฟ้าทุกแห่งในระบบก็ "ขาหนักขึ้น" แบบเดียวกับตอนเราเปิดไฟหน้าจักรยาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องออกแรงต้านทานมากขึ้นทันทีที่มีคนดึงไฟฟ้าไปใช้มากขึ้น นี่คือเหตุผลที่โรงไฟฟ้าต้อง "เร่งเครื่อง" ทุกครั้งที่ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น เพื่อรักษาความถี่ 50 เฮิรตซ์เอาไว้ให้ได้ตามที่อธิบายไปแล้ว
ทีนี้ลองขยายสเกลจากไดนาโมจักรยานไปเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าจริงดูบ้าง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ในโรงไฟฟ้าแทบทุกแห่งของไทยมีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายเมตร ตัวเครื่องหนักหลายร้อยตัน แต่หลักการทำงานข้างในยังคงเป็นเรื่องเดียวกันกับไดนาโมจักรยานเป๊ะๆ เพียงแต่ทำงานหนักกว่ากันมหาศาลเท่านั้น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพียงเครื่องเดียวในโรงไฟฟ้าขนาดกลางของไทยผลิตไฟฟ้าได้เทียบเท่าไดนาโมจักรยานที่ปั่นพร้อมกันหลายสิบล้านคัน
04.3 กังหัน: มือที่หมุนเครื่องกำเนิด
คำถามต่อไปคือ แล้วอะไรเป็นตัวหมุนแม่เหล็กในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่พวกนี้ ในเมื่อไม่มีขาคนมาปั่นให้ คำตอบคืออุปกรณ์ที่เรียกว่า กังหัน (turbine) — วงล้อใบพัดขนาดใหญ่ที่ถูก "ของไหล" บางอย่างพัดผลักให้หมุน ของไหลที่ว่านี้อาจเป็นไอน้ำแรงดันสูงจากการต้มน้ำในโรงไฟฟ้าพลังความร้อน เป็นน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูงในเขื่อน เป็นก๊าซร้อนจัดจากการเผาไหม้ในกังหันก๊าซ หรือแม้แต่เป็นเพียงลมธรรมดาที่พัดผ่านใบพัดกังหันลม
กังหันกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกต่อเข้าด้วยกันด้วย เพลา (shaft) เป็นแกนเดียวยาวต่อเนื่องกัน เมื่อของไหลผลักให้กังหันหมุน เพลาก็หมุนตาม แล้วดึงให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ต่ออยู่ปลายอีกด้านหมุนตามไปด้วย ไฟฟ้าจึงถูกผลิตออกมา พูดให้ง่ายที่สุดคือ กังหันทำหน้าที่เป็น "มือ" ที่คอยหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแทนขาคนที่ปั่นจักรยานในหัวข้อก่อนหน้านี้นั่นเอง
ความจริงข้อนี้เองที่อธิบายว่าทำไมโรงไฟฟ้าที่หน้าตาต่างกันสุดขั้วถึงจบลงที่จุดเดียวกันเสมอ ลองไล่ดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้
| ชนิดโรงไฟฟ้า | อะไรผลักกังหัน | เล่าละเอียดในบทที่ |
|---|---|---|
| โรงไฟฟ้าก๊าซและพลังความร้อนร่วม | ก๊าซร้อนจากการเผาไหม้ ต่อด้วยไอน้ำที่ต้มจากความร้อนเหลือทิ้ง | บทที่ 5 |
| โรงไฟฟ้าถ่านหิน/ลิกไนต์ | ไอน้ำแรงดันสูงจากการต้มน้ำในหม้อไอน้ำ | บทที่ 5 |
| เขื่อนพลังน้ำ | น้ำที่ไหลจากอ่างเก็บน้ำที่อยู่สูงลงมา | บทที่ 6 |
| กังหันลม | ลมที่พัดผ่านใบพัด | บทที่ 7 |
| ชีวมวล ขยะ นิวเคลียร์ | ไอน้ำจากการเผาเชื้อเพลิงหรือปฏิกิริยาความร้อน | บทที่ 8 |
จะเห็นว่าไม่ว่าโรงไฟฟ้าจะใช้เชื้อเพลิงอะไร หน้าตาแตกต่างกันแค่ไหน ทุกแห่งก็ยังจบลงที่สูตรเดียวกันเป๊ะ มีอะไรสักอย่างมาผลักกังหัน กังหันหมุนเพลา เพลาหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แล้วไฟฟ้าก็ออกมา มีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งเดียวเท่านั้นในบรรดาโรงไฟฟ้าทั้งหมด นั่นคือแผงโซลาร์เซลล์ ที่ไม่มีชิ้นส่วนใดหมุนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่เปลี่ยนแสงแดดเป็นไฟฟ้าโดยตรง เรื่องนี้จะพาไปดูรายละเอียดกันในบทที่ 7
- Overhead crane — เครนยกของขนาดใหญ่ที่วิ่งอยู่บนรางเหนือหัว ใช้ยกชิ้นส่วนหนักเวลาซ่อมบำรุงกังหันหรือเครื่องกำเนิด
- Turbine stop valve — วาล์วปิด-เปิดทางเข้าไอน้ำหลัก ใช้ตัดการจ่ายไอน้ำเข้ากังหันในกรณีฉุกเฉินหรือหยุดซ่อมบำรุง
- Main steam line — ท่อไอน้ำแรงดันสูงหลักที่พาไอน้ำจากหม้อไอน้ำมาผลักกังหัน (จะเล่าละเอียดในบทที่ 5)
- High-pressure turbine (HP) — กังหันชุดแรกที่รับไอน้ำแรงดันสูงที่สุดเข้ามาก่อน
- Lubricating oil system — ระบบน้ำมันหล่อลื่นแบริ่งของเพลาที่หมุนต่อเนื่องความเร็วสูงตลอดเวลา
- Intermediate-pressure turbine (IP) — กังหันชุดกลางที่รับไอน้ำต่อจากกังหันแรงดันสูง หลังไอน้ำถูกใช้แรงไปบางส่วนแล้ว
- Low-pressure turbine (LP) — กังหันชุดสุดท้ายที่รับไอน้ำแรงดันต่ำที่สุด ก่อนไอน้ำจะถูกส่งไปควบแน่นกลับเป็นน้ำ
- Generator — เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ต่อเพลาเดียวกับกังหันทั้งสามชุดข้างต้น เป็นจุดที่แม่เหล็กหมุนใกล้ขดลวดตามหลักการในหัวข้อ 4.1
- Exciter — อุปกรณ์เล็กๆ ปลายเพลาที่ป้อนกระแสไฟฟ้าให้แม่เหล็กในเครื่องกำเนิดมีแรงแม่เหล็กมากพอจะผลิตไฟได้ต่อเนื่อง
- Generator foundation — ฐานรากคอนกรีตหนาที่รองรับน้ำหนักเครื่องกำเนิดหลายร้อยตันไม่ให้สั่นสะเทือนขณะหมุน
- Electrical connections — จุดต่อสายไฟฟ้าแรงสูงที่พาไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดออกไปยังลานหม้อแปลง (อ่านต่อในหัวข้อ 4.5)
- Front coupling flange — หน้าแปลนที่ใช้ยึดต่อกังหันเข้ากับเพลาส่วนถัดไปให้เป็นแกนเดียวกัน
- Labyrinth seal area — จุดผนึกกันไอน้ำรั่วไหลออกจากตัวกังหันระหว่างหมุน
- Turbine blades (multiple stages) — "วงล้อ" ใบพัดจริงที่ถูกไอน้ำแรงดันสูงพัดผลักให้หมุน คือหัวใจของกังหันตามที่อธิบายในต้นหัวข้อนี้
- Rear seal land — บริเวณผิวโลหะเรียบที่ใช้ผนึกกันไอน้ำรั่วอีกจุดหนึ่งทางฝั่งปลายกังหัน
- Rear journal — แกนรองรับปลายกังหันด้านหลัง วางอยู่บนแบริ่งให้หมุนได้ลื่นและนิ่ง
- Rotor (low-pressure section) — แกนโลหะทั้งท่อนที่ยึดใบพัดทุกแถวไว้ด้วยกัน คือส่วนที่หมุนจริงเมื่อไอน้ำผลัก
- Rotor journal — แกนรองรับปลายกังหันด้านหน้า ทำหน้าที่คู่กับ Rear journal ให้แกนทั้งท่อนหมุนตรงศูนย์
04.4 หมุนพร้อมกันทั้งประเทศ: 3,000 รอบต่อนาที
ทีนี้มาดูตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลักของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในไทยส่วนมากหมุนด้วยความเร็วประมาณ 3,000 รอบต่อนาที ถ้าแปลงเป็นรอบต่อวินาทีก็จะได้ประมาณ 50 รอบต่อวินาที ตัวเลข "50" นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย แต่เป็นที่มาโดยตรงของความถี่ระบบไฟฟ้าไทยที่ประมาณ 50 เฮิรตซ์ ที่เล่าไว้ในบทที่ 3 พูดง่ายๆ คือ ความเร็วรอบการหมุนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคือสิ่งที่ "กำหนด" ความถี่ทั้งระบบโดยตรง
ข้อที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทุกเครื่องที่จะต่อเข้าระบบไฟฟ้าเดียวกันทั่วประเทศ ต้อง "หมุนล็อกจังหวะเดียวกัน" เป๊ะๆ ก่อนจะเชื่อมต่อเข้าระบบได้ กระบวนการนี้เรียกว่า การเชื่อมเข้าระบบ (synchronization) ลองนึกภาพนักตบมือในฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดยักษ์ ทุกคนต้องรอจังหวะให้ตรงกับจังหวะเพลงที่กำลังเล่นอยู่ก่อนจะเริ่มตบมือร่วมวงด้วย ถ้าใครตบมือผิดจังหวะแทรกเข้าไปกลางวง เสียงก็จะเพี้ยนทันที เครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็เช่นกัน ก่อนเชื่อมเข้าระบบ ต้องรอให้จังหวะการหมุนตรงกับจังหวะของทั้งระบบเป๊ะเสียก่อน
ก่อนเชื่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าระบบ ห้องควบคุมของโรงไฟฟ้าต้องรอให้จังหวะการหมุนตรงกันเป๊ะทั้งความเร็ว แรงดัน และจังหวะคลื่นไฟฟ้า ถ้าเชื่อมผิดจังหวะเข้าไป จะเกิดแรงกระชากมหาศาลที่อาจทำให้เครื่องกำเนิดหรืออุปกรณ์ในระบบเสียหายรุนแรงได้ทันที
มีเกร็ดเล็กๆ ที่คนช่างสังเกตอาจสงสัย เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในเขื่อนพลังน้ำหมุนช้ากว่าเครื่องกำเนิดในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนมาก อยู่ในหลักร้อยรอบต่อนาทีเท่านั้น แล้วทำไมถึงยังได้ความถี่ประมาณ 50 เฮิรตซ์เท่ากันได้ คำตอบสั้นๆ คือ เครื่องกำเนิดของเขื่อนใช้แม่เหล็กหลายชุดวางเรียงกันรอบตัวเครื่อง แทนที่จะมีแม่เหล็กแค่คู่เดียวเหมือนเครื่องกำเนิดที่หมุนเร็ว ยิ่งมีชุดแม่เหล็กมาก ก็ยิ่งหมุนช้าลงได้โดยยังได้ความถี่เท่าเดิม ไม่ต้องลงลึกไปกว่านี้ แค่รู้ไว้ว่ามีทางลัดแบบนี้อยู่ก็พอ (จะกลับมาเล่าเรื่องเขื่อนอย่างละเอียดในบทที่ 6)
04.5 จากเครื่องกำเนิดสู่สายส่ง
ไฟฟ้าที่ออกจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยตรงมีแรงดันไม่สูงมากนัก อยู่ที่ประมาณ 11,000 ถึง 24,000 โวลต์เท่านั้น แต่แรงดันระดับนี้ยังไม่พอที่จะส่งไปไกลๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเหตุผลเรื่องแรงดันสูง-กระแสต่ำ-การสูญเสียต่ำที่เล่าไว้ในบทที่ 2 ดังนั้นทันทีที่ไฟฟ้าออกจากเครื่องกำเนิด มันจะถูกส่งเข้าหม้อแปลงเพื่อยกแรงดันขึ้นทันทีเป็นระดับประมาณ 230,000 หรือ 500,000 โวลต์ ตามแผนที่เส้นทางไฟฟ้าที่เล่าไว้ในบทที่ 2 เช่นกัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรงไฟฟ้าแทบทุกแห่งถึงมี "ลานหม้อแปลง" หรือ switchyard ตั้งอยู่ข้างๆ ตัวโรงไฟฟ้าเสมอ เป็นลานเปิดโล่งเต็มไปด้วยเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง ทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านระหว่างไฟฟ้าที่เพิ่งผลิตเสร็จใหม่ๆ กับสายส่งแรงสูงที่จะพาไฟฟ้าเดินทางออกไปทั่วประเทศ
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ทำงานร้อนจัดจนต้องหล่อเย็นด้วยก๊าซไฮโดรเจนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเครื่องแทนอากาศธรรมดา เพราะไฮโดรเจนระบายความร้อนได้ดีกว่ามาก แม้จะฟังดูน่ากลัวเพราะไฮโดรเจนติดไฟง่าย แต่ระบบถูกออกแบบให้ปิดสนิทและควบคุมอย่างเข้มงวดตลอดเวลา
เมื่อเข้าใจแล้วว่าหัวใจของโรงไฟฟ้าทุกแห่งคือกังหันกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกันแบบนี้ ที่เหลือของภาคที่ 2 ในหนังสือเล่มนี้ก็คือทัวร์พาไปดูว่าโรงไฟฟ้าแต่ละชนิดเอาอะไรมา "หมุนกังหัน" กันบ้าง เริ่มจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในบทถัดไป
สรุปท้ายบท
- ไฟฟ้าเกิดจากการหมุนแม่เหล็กใกล้ขดลวด (ค้นพบโดย Michael Faraday ปี ค.ศ. 1831) — ยิ่งหมุนเร็ว แม่เหล็กแรง ขดลวดมาก ยิ่งได้ไฟฟ้ามาก
- ไดนาโมจักรยานคือโรงไฟฟ้าย่อส่วนที่มีกฎครบทุกข้อ: พลังงานไม่ฟรี ปั่นเร็วไฟสว่าง หยุดปั่นไฟดับทันที
- กังหันคือ "มือ" ที่หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแทนขาคน โดยถูกไอน้ำ น้ำ ก๊าซร้อน หรือลมผลักให้หมุน — โรงไฟฟ้าต่างชนิดต่างกันแค่สิ่งที่มาผลักกังหัน
- เครื่องกำเนิดหลักหมุนประมาณ 3,000 รอบ/นาที เท่ากับ 50 รอบ/วินาที คือที่มาของความถี่ 50 เฮิรตซ์ และต้อง synchronize จังหวะให้ตรงกันก่อนเชื่อมเข้าระบบ
- ไฟฟ้าออกจากเครื่องกำเนิดแล้วถูกยกแรงดันทันทีที่ลานหม้อแปลงข้างโรงไฟฟ้า ก่อนเข้าสู่สายส่งแรงสูง
คำศัพท์ในบทนี้
| คำศัพท์ | ความหมายแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|
| เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) | อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานการหมุนเป็นไฟฟ้า โดยอาศัยหลักแม่เหล็กหมุนใกล้ขดลวด |
| กังหัน (turbine) | วงล้อใบพัดขนาดใหญ่ที่ถูกไอน้ำ น้ำ ก๊าซร้อน หรือลมผลักให้หมุน ทำหน้าที่หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า |
| เพลา (shaft) | แกนโลหะที่ต่อกังหันกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นแกนเดียวกัน ส่งแรงหมุนจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง |
| โรเตอร์/สเตเตอร์ (rotor/stator) | ส่วนที่หมุน (โรเตอร์ มักเป็นแม่เหล็ก) กับส่วนที่อยู่กับที่ (สเตเตอร์ มักเป็นขดลวด) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า |
| การเชื่อมเข้าระบบ (synchronization) | การรอให้จังหวะการหมุนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตรงกับจังหวะของทั้งระบบเป๊ะๆ ก่อนเชื่อมต่อเข้าไป |
| ลานหม้อแปลง (switchyard) | ลานเปิดโล่งข้างโรงไฟฟ้าที่มีหม้อแปลงยกแรงดันไฟฟ้าก่อนส่งเข้าสายส่งแรงสูง |
| ไดนาโม | เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กที่หมุนด้วยแรงกล เช่น ไดนาโมจักรยาน ใช้หลักการเดียวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า |